วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

ข้อค้นพบการเสียชีวิตของเสธ.แดง (พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล) เมื่อ 2 ปีก่อน

หลังจากที่ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมพื้นที่ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2553 โดยการตัดน้ำตัดไฟฟ้า งดการบริการขนส่งสาธารณะ และห้ามผู้ชุมนุมเข้าไปในพื้นที่ ต่อมาเวลา 19:00 น. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) ถูกยิงที่ศรีษะด้วยอาวุธปืนสงครามที่หน้าสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สถานีสีลม ตรงลิฟท์คนพิการ ด้านทางเข้า-ออกสถานีฝั่งสวนลุมพินี ใกล้กับลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ถูกนำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว ก่อนจะย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระและเสียชีวิตในอีก 4 วันต่อมา 


ข้อค้นพบนี้ ผู้เขียนได้คัดลอกมาจากบางส่วนของ "รายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กรกฏาคม 2553-กรกฎาคม 2555" (ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดข้อมูล)  และเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้อ่านควรอ่านบทความนี้ก่อน "เสธ.แดง-พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล..คนราชบุรี..ถูกปลิดชีพ" จะทำให้เรื่องราวชัดเจนยิ่งขึ้น

ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ
ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านอาวุธและกระสุนปืนจากต่างประเทศ พล.ต.ขัตติยะ  สวัสดิผล ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามที่ใช้กระสุนความเร็วสูงและเป็นการยิงระยะไกล  แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเป็นกระสุนชนิดใด เนื่องจากบาดแผลกระสุนนั้นสัมพันธ์กับระยะยิง บาดแผลดังกล่าวอาจเกิดจาก
  • กระสุน 5.56 มม.Nato หรือ 7.62 มม.Soviet หรือ Nato กรณียิงห่างเกิน 200 ม.
  • กระสุน 5.7X28 มม.ปืน P90 กรณียิงห่างไม่เกิน 200 ม.


ความเห็นของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง
  • ไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นกระสุน .308 วินเชสเตอร์ หรือ 5.7X28 มม.ปืน P90

ทิศทางการยิง
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกยิงขณะกำลังยืนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้ามหานคร สถานีสีลม ตรงหน้าลิฟท์ผู้พิการ ด้านทางเข้า-ออก ฝั่งลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 โดยหันหน้าไปทางถนนพระราม 4 ซึ่งจากการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เห็นว่ามีความเป็นไปได้ว่า ทิศทางการยิงมาจากสถานที่ซึ่งมีความสูงไม่น้อยกว่า 60 ม. เช่นอาคาร ภปร.ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  และผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศเห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่าทิศทางการยิงมาจากอาคารสูงทางด้านทางด้านทิศตะวันตกของจุดที่ พล.ต.ขัตติยะฯ ยืนอยู่ เช่น อาคารสีลมเซ็นเตอร์ (อาคาร Robinson เดิม) อาคาร Crow Plaza อาคารซิลลิค และ อาคาร ภปร.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ ยิงมาจากอาคารสีลมพลาซ่า


ซึ่งอาคารต่างๆ ดังกล่าวทั้งหมดอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.2553 หลังจากที่ ศอฉ.ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปควบคุมสถานการณ์บนถนนสีลม ถนนพระรามที่ 4 ด้านโรงแรมดุสิตธานี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และแยกอังรีดูนังต์ พร้อมกับมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่สูงข่มรอบจุดวางกำลังและรอบแยกราชประสงค์  นอกจากนี้ยังปรากฏว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่เข้าไปพักอาศัยและปฏิบัติการอยู่บนอาคารสูงบางแห่งที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ เช่น อาคารชาญอิสระ และอาคารซีพีทาวน์เวอร์ เป็นต้น



ภาพที่ 1

















ภาพที่ 1 เป็นภาพจาก Google Earth โดยผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านอาวุธ และกระสุนปืนจากต่างประเทศ แสดงสถานที่เกิดเหตุและอาคารสูง ทางด้านทิศตะวันตกของจุดที่ พล.ต.ขัตติยะฯ ถูกยิง ในบริเวณสีน้ำเงินจากการคำนวณทิศทาง การหันศรีษะในระยะ 30 องศา บริเวณเส้นสีแดง คือ ทิศทางกระสุนที่เป็นไปได้ กรณี พล.ต.ขัตติยะฯ หันหน้าตรงไปทางถนนพระรามที่ 4  


ภาพที่ 2















ภาพที่ 2 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แสดงภาพจำลองวิถีกระสุนปืน ตามตำแหน่งการยืนของ พล.ต.ขัตติยะฯ ตามภาพถ่ายที่มีบุคคลถ่ายภาพไว้ เมื่อเวลา 18:56 น.ในวันเกิดเหตุ โดยใช้กล้องถ่ายภาพแบบ 3D เลเซอร์

ยิงสวนกลับ
ทันทีหลังจาก พล.ต.ขัตติยะฯ ถูกยิง มีผู้สื่อข่าวชาวต่างประเทศพบเห็นชาย 3 คน คนหนึ่งถืออาวุธสงคราม อีก 2 คนไปหยิบอาวุธปืนสงครามจากถุงดำซึ่งอยู่ในเต็นท์บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 โดยคนหนึ่งได้ใช้อาวุธปืนสงครามดังกล่าวยิงไปทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ต่อมาภายหลังมีผู้ต้องหารายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแล้ว ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะฯ และเมื่อ พล.ต.ขัตติยะฯ ถูกยิง ตนเป็นผู้ใช้อาวุธ ปลย.ชนิด ทราโว ยิงไปที่โรงแรมดุสิตธานี

ฟ้องคดีอาญาทหาร
พฤติกรรมของ พล.ต.ขัตติยะฯ ซึ่งเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพล ซึ่งยังอยู่ในประจำการที่ได้ออกมาต่อต้านรัฐบาลและผู้บังคับบัญชาในกองทัพอย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง ทั้งในด้านคำพูดและการกระทำนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลกับนายทหารพระธรรมนูญคนหนึ่งที่ร่วมสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัย พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล พบว่า ไม่มีกฏหมายที่ให้อำนาจกองทัพใช้มาตรการลงโทษทางวินัยแก่นายทหารระดับนายพลได้ เช่น การขัง คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทางวินัยและทางอาญามีมติว่า "พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ได้กระทำผิดวินัยร้ายแรงจริง จึงให้กองทัพปลดออกจากราชการและให้ถอดยศ" และเนื่องจากพบว่า พล.ต.ขัตติยะฯ มีความผิดตามกฏหมายอาญาทหาร จึงได้ส่งอัยการทหารดำเนินการฟ้องคดีอาญาทหารต่อศาลทหารต่อไป  แต่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ได้เสียชีวิตก่อน คดีจึงระงับไป

*****************************************
ชาติชาย คเชนชล : 19 กันยายน 2555

1 ความคิดเห็น:

Admin กล่าวว่า...

xxx porn videos online list

ดูคลิปโป๊ออนไลน์ คลิปX วัยเย็ดกัน คลิปCAMFROG คลิปโป๊เด็ก เย็ดหี 18+



ดูคลิปโป๊ออนไลน์ คลิปแคมฟรอก คลิปXXXฟรี คลิปแอบถ่ายมาใหม่




การ์ตูนโป๊ ดูการ์ตูนX 18+ โดจิน การ์ตูนโป๊แปลไทย




ดูหนังโป๊ฝรั่ง PORN X-ART หนังXออนไลน์ฟรี HD




ดูหนังโป๊ฟรี หนังXญี่ปุ่น XXXออนไลน์ หนังAV 18+




โหลดหนังX หนังโป๊ฟรี หนังAV หนังโป๊ฝรั่ง โหลดฟรีไม่เสียเงิน




คลิปหลุดวัยรุ่น คลิปโป๊วัยรุ่ย คลิปXXXนักศึกษาเย็ดกัน




คลิปหลุดวัยรุ่น คลิปโป๊วัยรุ่ย คลิปXXXนักศึกษาเย็ดกัน




หนังโป๊ไทย หนังXไทย คนไทยเย็ดกัน เย็ดเด็ก XXX Thai Porn




คลิปโป๊เกาหลี คลิปโป๊จีน XXXJapan XXXkorean porn




หนังโป๊ไทย หนังXไทย คนไทยเย็ดกัน เย็ดเด็ก XXX Thai Porn




คลิปโป๊เกย์ เกย์เย็ดกัน เย็ดเกย์หนุ่ม เกย์อมควย




Porn หนังโป๊ฝรั่ง หนังโป๊HD เย็ดสาวต่างชาติ XXX Western Porn Free




การ์ตูนโป๊ โดจินโป๊ การ์ตูนเย็ดกัน เสียงไทย แปลไทย (มั้ง)




หนังโป๊ญี่ปุ่น หนังXญี่ปุ่น หนังAV XXX Online Japan Porn

































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































































hhhh