วันอาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี จำกัด



การประชุมใหญ่สามัญประจำปีครั้งที่ 1/2555 ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรีจำกัด  เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม  พ.ศ.2554 เวลา 09:00 น. ณ ตลาดเพชรเมืองราช (ตลาดกอบกุล) ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.ราชบุรี นับเป็นการประชุมที่สำคัญครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูราชบุรี จำกัด เนื่องจากวาระสำคัญคือ การพิจารณาอนุมัติงบดุล และงบกำไรขาดทุน ประจำปี 2554 ซึ่งมีผลกระทบต่อการจัดสรรกำไรสุทธิเพื่อจ่ายเงินปันผลให้สมาชิกสหกรณ์ฯ   และการถอดถอนคณะกรรมการดำเนินการชุดที่ 54 ทั้งคณะ

สาเหตุสืบเนื่องมาจาก คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ชุดที่ 54 ได้ดำเนินธุรกิจจัดหาสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำหน่ายซึ่งไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542 มาตรา 33(1) และไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสหกรณ์ โดย ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ.2554 สหกรณ์มีเงินค้างอยู่กับตัวแทนจำหน่ายจำนวน   678,700,000 บาท แยกเป็นเงินจองจ่ายล่วงหน้าจำนวน 540,380,000 บาท และเงินโอนซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 138,320,000 บาท คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ชุดที่ 54 ยังไม่สามารถติดตามเงินจำนวนดังกล่าวคืนจากตัวแทนจำหน่ายได้  และคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ชุดที่ 54  ได้ดำเนินการฟ้องบริษัท เทวาสิทธิ์ พิฆเนศ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่าย ตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 1191/2554 ศาลจังหวัดราชบุรี ฉบับลงวันที่ 28 พ.ย.2554 ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินคดี 

การกระทำของคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ชุดที่ 54  ที่นำเงินไปจัดหาสลากกินแบ่งฯ สมาชิกส่วนใหญ่มองเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และทำให้สหกรณ์เสียหายต้องสูญเงินไปถึง 678,700,000 บาท จึงได้ลงมติถอดถอนคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ชุดที่ 54 ทั้งชุดพร้อมกับร่วมลงชื่อเพื่อฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายคืนจากคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ฯ ขุดที่ 54 ต่อไป 

หลังจากนั้นที่ประชุมจึงมีการเลือกคณะกรรมการดำเนินการชุดใหม่จำนวน 15 คนเข้ามาดำเนินการบริหารสหกรณ์แทน และทำหน้าที่ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป


*************************************

อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเรียงตามลำดับเหตุการณ์
อ่านต่อ >>

วันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2554

บัญชีสถานที่พักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยผู้ประสบอุทกภัย ณ จ.ราชบุรี

ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฏาคม 2554 เป็นต้นมาประเทศไทยต้องผจญกับมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ในกว่า 60 จังหวัด และขณะนี้ (27 ต.ค.2554)  มวลน้ำมหาศาลกำลังทะลักเข้าท่วมกรุงเทพมหานคร เกือบทุกเขตพื้นที่ อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  ศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหลายแห่งในกรุงเทพฯ กำลังจะถูกน้ำท่วมเช่นเดียวกัน  ดังนั้น จังหวัดต่างๆ รอบกรุงเทพฯ ที่ไม่ถูกน้ำท่วม จึงได้เตรียมช่วยเหลือเปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวขึ้นเพื่อเตรียมรองรับราษฎรที่หนีภัยน้ำท่วมมาจากกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล

สำหรับจังหวัดราชบุรี ไม่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ จึงได้เปิดสถานที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ประสบอุทกภัยขั้นต้นขึ้นจำนวน 18 แห่ง และเพิ่มขึ้นถึงปัจจุบันเป็น 26 แห่ง รองรับผู้พักพิงได้ 6,430 คน ตามรายละเอียดในภาพด้านล่าง ท่านผู้ประสบภัยท่านใดต้องการที่พักพิงสามารถติดต่อได้ตามเบอร์โทรศัพท์ที่ให้ไว้ในแต่ละแห่ง 

การติดต่อประสานงานในภาพรวม
  • ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.ราชบุรี โทร. 0-3231-4260 หรือ 0-3233-7006
  • เลขาธิการศูนย์ฯ นายครรลอง ยุทธชัย ปลัดจังหวัดราชบุรี โทร. 08-9254-8729
  • เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ นายชาญ เสมสวัสดิ์ จ่าจังหวัดราชบุรี โทร. 08-1172-1652
ข้อมูลล่าสุด





ชมภาพมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย พ.ศ.2554
อ่านต่อ >>

วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

ปิดคดี ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี -ประหารชีวิต ส.ท.ต่าย

ช่วงค่ำวันที่ 27 พ.ค. 2549 นางกอบกุล นพอมรบดี อดีต ส.ส.ราชบุรี เขต 1 พรรคไทยรักไทย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเอ็ม 16  เข้าที่ศรีษะเสียชีวิตคาที่กว่า 20 นัด   บนรถกระบะมิตซูบิชิ 4 ประตู หมายเลขทะเบียน ณข 555 ราชบุรี  ขณะที่ติดไฟแดง บริเวณสี่แยกเขางู (ริมถนนเพชรเกษม) ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ส่วน นายชาตรี ศุภารานันท์ อายุ 53 ปีคนขับรถ บาดเจ็บสาหัส และ จ.ส.ต.สายชล แก้วสายทอง อายุ 35 ปี ผบ.หมู่งานสืบสวนสอบสวน สภ.ราชบุรี บาดเจ็บเล็กน้อย 


ภาพจาก ไทยรัฐออนไลน์
ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/region/160331

จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพุ่งประเด็นสังหารไปที่ ความขัดแย้งเรื่องการเมืองในพื้นที่ จ.ราชบุรี เนื่องจาก นางกอบกุลฯ  ได้ออกหน้าสนับสนุนน้องชายร่วมสายโลหิต คือ นายเกชา ศักดิ์สมบูรณ์ จนสามารถชนะการเลือกตั้งได้เป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) ราชบุรี และความขัดแย้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ นางกอบกุลฯ  คอยดูแลอยู่ในพื้นที่

นางกอบกุล  นพอมรบดี เป็น ส.ส.ที่ทำงานหนัก ทุ่มเทและใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด ฐานเสียงแน่น เพราะเติบโตมาจาก ส.จ. จนเป็นนายก อบจ.คนแรกของ จ.ราชบุรี ประกอบกับเป็นญาติของนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ยิ่งทำให้ฐานเสียงของนางกอบกุลฯ  แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ต่อมา นางกอบกุลฯ  ได้สร้างตลาดการเกษตรขึ้น เพื่อรวบรวมบรรดาหัวคะแนน ฐานเสียงที่เป็นพ่อค้าแม่ค้าทั้งหลายที่สนับสนุน ไทยรักไทยไว้ด้วยกัน โดยที่พ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ ถูกขับไล่มาจากตลาดศรีเมือง มีนายนภินทร ศรีสรรพางค์ ส.ว.ราชบุรี เป็นเจ้าของ ซึ่งทางการเมืองถือว่ายืนอยู่กันคนละขั้วกับนางกอบกุลฯ  และแน่นอนว่าหนีไม่พ้นความขัดแย้ง

ต่อมา พนักงานสอบสวนกองปราบปรามฯ  ซึ่งรับโอนคดีมาทำ ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้รวม 6 คน คือ
  1. นายวิญญู รัตนวรรณี หรือเลิฟ อายุ 30 ปี คนขับรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นวีโก้
  2. นายอานนท์ พันธรัตน์ หรือเอ็ม
  3. นายอนันตศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ หรือ ต่าย  ส.ท.เมืองราชบุรี ผู้จัดการตลาดศรีเมืองของนายนภินทรฯ  ทำหน้าที่มือปืน
  4. นายสงัด พุ่มเพ็ง หรือเปี๊ยก สารวัตรกำนัน ต.เกาะพลับพลา อ.เมืองราชบุรี ที่ชิงกินยาฆ่าตัวตายหลังทราบว่าถูกออกหมายจับ โดยทิ้งข้อความเขียนด้วยถ่านไม้ไว้บนข้างฝาบ้านว่า "คดีนี้ไม่เกี่ยวกับ ส.ว.นภินทร"
  5. นายจำรณ อ่วมทอง กำนัน ต.หนองกะเจ็ด อ.บ้านราช จ.เพชรบุรี 
  6. นายศุภฤษก์ อ่วมทอง หรือเก่ง บุตรชายนายจำรณ
ซึ่งต่อมาพบหลักฐานภายหลังว่า นายจำรณ และนายศุภฤกษ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจึงปล่อยตัวไป ทำให้เหลือผู้ต้องหาในคดีนี้ 3 คน

วันที่ 14 ก.ค. 2549 พนักงานสอบสวนกองปราบปรามฯ ยังออกหมายเรียก นายนภินทร ศรีสรรพางค์ มารับทราบข้อกล่าวหาจ้างวานฆ่า นางกอบกุลฯ  ด้วย  แต่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญามีคำสั่งไม่ฟ้อง นายนภินทรฯ  โดยให้เหตุผลว่าเนื่องจาก คณะทำงานพิจารณาพยานหลักฐาน ที่ปรากฏในสำนวนของพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ประกอบคำให้การเพิ่มเติมของพยานบุคคลที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น และอดีต ส.ว. จำนวนเกือบ 25 ปาก เห็นว่าพยานหลักฐานที่ปรากฏในขณะนี้ ยังไม่พอเพียงที่จะพิสูจน์เอาผิด และนำคดียื่นฟ้องต่อศาลเพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหาได้ ดังนั้น คณะทำงานอัยการจึงมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง

คดีนี้เงียบหายไปจากการรับรู้ของสังคมนานถึง 5 ปี จนกระทั่งเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2554  ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ว่า  จำเลยทั้ง 3 มีความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน อันเป็นโทษหนักสุด คือประหารชีวิต ผลจากคำพิพากษา สรุปได้ดังนี้
  1. นายอนันตศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ หรือ ส.ท.ต่าย จำเลยที่ 1 พิพากษาประหารชีวิต
  2. นายวิญญู รัตนวรรณี หรือเลิฟ จำเลยที่ 2 พิพากษาประหารชีวติ แต่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต
  3. นายอานนท์ พันธรัตน์ หรือเอ็ม จำเลยที่ 3 พิพากษาประหารชีวิต แต่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ตลอดชีวิต



อ่านบทความย้อนหลัง

ที่มาข้อมูล
ไทยรัฐออนไลน์. (2554). 5 ปีสังหาร ส.ส.กอบกุล ถึงวันศาลพิพากษาประหาร 'ส.ท.ต่าย'.[Online]. Available :http://www.thairath.co.th/content/region/160331. [2554 เมษายน 2 ].
อ่านต่อ >>

วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

อุทาหรณ์ยิงปืนฉลองปีใหม่..ราชบุรีรันทดอีกครั้ง

ค่ำคืนวันปีใหม่ ที่หลายคนกำลังเฉลิมฉลองกัน แต่ในมุมเล็กๆ มุมหนึ่ง..เด็กผู้หญิงตัวน้อยๆ กำลังเข้านอนอย่างมีความสุขกับตาและยาย เธอหารู้ไม่ว่าในเวลาอีกไม่นานนัก มัจจุราชจะมาคร่าชีวิตของเธอไป...อย่างไม่มีวันกลับ


เวลา 09.00 น. วันที่ 2 มกราคม 2554  นายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายมานิต นพอมรบดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ พ.ต.อ.อานุภาพ ศรีนวล ผู้กํากับการ สภ.เมืองราชบุรี ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 274 / 7 หมู่ 4 ตําบลอ่างทอง อําเภอเมือง จังหวัดราชบุรี หลังได้รับทราบว่าที่บ้านหลังนี้  มี ด.ญ.กัญญารัตน์ ว่านทอง ชื่อเล่น น้องมายด์ อายุ 8 ปี ถูกกระสุนปริศนาตกจากหลังคาบ้านมาถูกบริเวณใต้รักแร้ด้านซ้าย กระสุนตัดขั้วหัวใจ ขณะนอนหลับอยู่บนที่นอน กับคุณตา และคุณยาย ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชบุรี โดยเหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. ของคืนวันที่ 1 มกราคม 2554 

นางกัญญา ยิ่งยงค์ อายุ 27 ปี มารดาของน้องมายด์ และนางล้อม หนูเทศ อายุ 54 ปี ผู้เป็นยายของน้องมายด์ ได้พาไปดูที่บริเวณหลังคาสังกะสี ซึ่งมีรูที่เกิดจากคมกระสุน พร้อมกับเล่าให้ฟังว่า

"ก่อนเกิดเหตุน้องมายด์ได้เข้านอนพร้อมกับนางล้อมและนายสายัญ หนูเทศ อายุ 54 ปี ซึ่งเป็นตา โดยน้องมายด์นอนตรงกลาง ตะแคงข้าง..นอนกอดคุณตาเอาไว้...

...จากนั้นตนเองก็รู้สึกเหมือนกับ..หลานนอนละเมอ ลักษณะชักกระตุก ทำท่าคล้ายกับคนสะอึก จึงได้เขย่าตัวเพื่อให้หลานตื่น และได้ลุกขึ้นไปเปิดไฟดูก็พบว่าที่บริเวณใต้รักแร้ด้านซ้าย มีเลือดไหลออกมาและมีรูขนาดนิ้วชี้ และก่อนเกิดเหตุก็ได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรตกใส่หลังคาบ้านดังแป๊ะ แต่ก็ไม่ได้สนใจ มารู้อีก ทีเมื่อเห็นบาดแผลรอยกระสุนปืนที่ตัวน้องมายด์  จึงได้รีบนำหลานส่งโรงพยาบาลราชบุรี พร้อมกับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้รับทราบ แต่หลานก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา"

เด็กหญิงกัญญารัตน์ หรือ น้องมายด์ ว่านทอง อายุ 8 ปี กําลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลเมืองราชบุรี นายมานิต นพอมรบดี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายณรงค์ พลละเอียด รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ได้มอบเงินช่วยเหลือเป็นค่าปลงศพในเบื้องต้น พร้อมกับกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหาที่มาของกระสุนปริศนาเพื่อจะได้ติดตามตัวคนยิงมาดำเนินคดี  ส่วนศพของน้องมายด์ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่บ้านตัวเอง โดยใช้ถนนบริเวณหน้าบ้านตั้งศพ หน้าหีบศพประดับด้วยดอกไม้สดอย่างสมเกียรติ

ครอบครัวของน้องมายด์ มีฐานะยากจน พ่อทํางานอยู่บริษัท ไทยนํ้าทิพย์ จํากัด ส่วนแม่ดูแลลูก 2 คน อยู่บ้าน เนื่องจากน้องมายด์ยังมีน้องชายอีกคนอายุเพียง 1 ขวบ 3 เดือน ซึ่งยังกินนมอยู่  ส่วนตา คือนายสายัญ หนูเทศ อายุ 54 ปี เกิดอุบัติเหตุเป็นแผลที่เท้าเรื้อรัง ยายคือนางล้อม หนูเทศ อายุ 54 ปี เป็นโรคเบาหวาน และความดัน และยังมีนางฝัน ภิรมณ์รื่น ซึ่งเป็นพี่สาวของยายอยู่ร่วมอีก 1 คน

"ตอนนี้ยังทำใจไม่ได้ที่น้องมายด์จากไป เมื่อคืนได้ตั้งศพเป็นคืนแรก มีญาติพี่น้องร่วมเป็นเจ้าภาพ และยังไม่มีกําหนดวันฌาปนกิจศพ โดยครอบครัวมีลูกเพียงสองคน รู้สึกเสียใจมากที่ลูกจากไปโดยที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย ขอเรียกร้องให้คนที่ยิงปืนขึ้นฟ้า เป็นเหตุให้น้องมายด์เสียชีวิต ออกมารับผิดชอบในสิ่งที่ทำด้วย เพราะหากเป็นลูกของตัวเองจะรู้สึกอย่างไร"

ด้าน พ.ต.อ.อานุภาพ ศรีนวล ผู้กํากับการ สภ.เมืองราชบุรี ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจตำบลอ่างทองร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบของ สภ.เมือง ไปทำการการสอบสวนหากลุ่มที่มีงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ในช่วงเมื่อคืนที่ผ่านมาว่ามีบ้านไหนบ้างเพื่อจะได้ทำการตรวจสอบว่า ใครที่เป็นคนยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อฉลองปีใหม่ และทำให้กระสุนดังกล่าวนั้นไปตกใส่หลังคาบ้านและตกใส่น้องมายด์เสียชีวิตดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2554 เวลา 11.00 น.พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.เรวัช กลิ่นเกสร รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.เพชรรัตน์ แสงไชย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี และ พ.ต.อ.อานุภาพ ศรีนวล ผกก.สภ.เมืองราชบุรี ได้นำตัวนายธนเดช ศิรเมธีพร อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ 5 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาในคดียิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน และกระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาแถลงข่าว

"เนื่องจากนายธนเดชนั้นได้เข้าทำการมอบตัวกับ พ.ต.อ.อานุภาพ ศรีนวล ผกก.สภ.เมือง พร้อมกับอาวุธปืนขนาด 11 มม. โดยยอมรับสารภาพในคืนวันที่เกิดเหตุนั้นเป็นผู้ยิงอาวุธปืนขึ้นฟ้าจริง แต่ไม่ทราบว่ากระสุนนั้นไปตกใส่หลังคาบ้านของ ด.ญ.กัญญารัตน์ หรือน้องมายด์ ว่านทอง จนเสียชีวิต จนมาทราบข่าวกระสุนที่ตกใส่น้องมายด์นั้น เป็นขนาด 11 มม.จึงมามอบตัว"

ด้าน พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ก็เตรียมเสนอให้นายทะเบียนนั้นเพิกถอนใบอนุญาตพกพาอาวุธปืนของนายธนเดชฯ ด้วย และกำชับให้ตำรวจในพื้นที่ 8 จังหวัดของภาค 7 ได้ดูแลกวดขันโดยร่วมกับกำนันผู้ใหญ่บ้าน ถ้าบ้านไหนมีเสียงปืนดังก็จะต้องเข้าทำการตรวจค้นถ้าพบปืนก็จะต้องดำเนินคดีทันที

อุทาหรณ์การยิงปืนฉลองปีใหม่ ในครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น และคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นเช่นกัน...ชีวิตน้องมายด์..อาจจะต้องเสียไป..โดยไม่ได้สอนใครให้ดีขึ้นมาเลย...

ขอร้องพวกที่มีปืน..อย่าได้โปรดคึกคะนอง อวดโก้ อวดเก่ง...จงเก็บไว้เพียงแค่ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของตนเองก็พอ แต่อย่าพรากชีวิตและทรัพย์สินของคนอื่นไปเลย....

และสุดท้าย ผมอยากจะตั้งคำถามว่า "ทำไมคนไทยต้องมีปืน?"

คลิบวีดีโอข่าว

ดูเพิ่มเติม
อ่านต่อ >>