วันอังคารที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2552

พิสูจน์ทราบหัวรถจักร ใต้สะพานจุฬาลงกรณ์


ข้อมูลเบื้องต้นของหัวรถจักรไอน้ำ มีการระบุไว้จำนวนหลากหลาย ดังนี้

หนังสือกรมการทหารช่างที่ 11 (2535) ได้ประสานขอข้อมูลของหัวรถจักรที่จมน้ำ จาก สำนักงาน จ.ราชบุรี (ฝ่ายอำนวยการ) นายประกิต ศรีสุทธิ์ นายสถานีรถไฟราชบุรี กองประชาสัมพันธ์การรถไฟแห่งประเทศไทย นายวรรณศักดิ์ ทรายแก้ว วิศวกรกำกับการเขตบำรุงทางหัวหิน นายสรรพสิริ วิริยะสิริ ประธานชมรมเรารักรถไฟ สรุปข้อมูลที่ได้ดังนี้

1. น้ำหนักหัวรถจักรไอน้ำ โดยประมาณ 70-80 ตัน ไม่ทราบขนาดและมิติที่แน่นอน
2. ชั้นรับน้ำหนักของสะพานจุฬาลงกรณ์ ประมาณ 150 ตัน
3. สาเหตุที่ไม่กู้ขึ้นมาเพราะไม่มีงบประมาณ

เอกสารประกอบรายงานการประชุม เรื่อง หัวรถจักรไอน้ำ (2540) กล่าวว่า

1. หัวรถจักรมีลักษณะขนานกับสะพานทั้งสอง แต่สวนหัวจะหันมาทางด้านสะพานธนะรัชต์เล็กน้อย
2. ระยะของหัวจักรห่างจากตะม่อ สะพานธนะรัตช์ ประมาณ 70 ซม.
3. ด้านท้ายของหัวรถจักรจะอยู่จะอยู่ระหว่างกลางช่องสะพาน ลักษณะการวางอยู่ใต้พื้นน้ำ จากการสอบถามผู้ที่เคยไปงมกุ้งและหาปลาบริเวณนั้น จะอยู่ในลักษณะหัวเชิดขึ้นเล็กน้อย ท้ายจะทรุดต่ำลง
4. มีทรายอยู่เฉพาะด้านในของท้ายรถจักรสูง ประมาณ 60 ซม. ส่วนด้านหัวทรายได้ถูกน้ำพัดพาไปจะเหลือน้อย
5. ในปัจจุบันน้ำจะมีระดับสูงจากแนวปล้องของหัวรถจักร ประมาณ 3-5 เมตร ถ้าน้ำลดลงมากกว่านี้ จะเห็นปล้องโผล่ขึ้นเหนือน้ำ

นายสมศักดิ์ สุวรรณไพบูลย์ วิศวกร อำนวยศูนย์ที่สะพาน ฝ่ายการช่างโยธา ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า (รายงานการประชุม เรื่อง หัวรถจักรไอน้ำ. 2540) ได้แจ้งข้อมูลเกี่ยวกับหัวรถจักรไอน้ำไว้ว่า ยังไม่ทราบว่าเป็นหัวรถจักรชนิด ซึ่งมี 2 ชนิด ดังนี้

1. รุ่นที่ทำในประเทศอังกฤษ เป็นรถจักรขนาดเล็ก เมื่อสมัยนั้นทางสายใต้ใช้วิ่งเป็นประจำรุ่นพีคลาส น้ำหนักตัวรถจักร และรถลำเลียง น้ำหนักประมาณ 77 ตัน
2. รุ่นที่สร้างจากประเทศญี่ปุ่น เป็นรถจักรขนาดเล็ก รุ่น ซี 56 น้ำหนักตัวรถจักรและรถลำเลียง น้ำหนักประมาณ 64.9 ตัน

ซึ่งในหัวรถจักร 1 หัว ประกอบไปด้วย ด้านหัวรถจักร หรือ เรียกว่า เอนยิ้น ส่วนรถลำเลียงก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งซึ่งสามารถแยกออกจากกันได้ ถ้าหากว่าแยกหัวรถจักรออกจากรถลำเลียงของรถของรถเอนยิ้น ถ้าเป็นรุ่นพีคลาส 49 ตัน รถลำเลียง 27 ตัน โดยประมาณ ถ้าเป็นรุ่น ซี 56 ของญี่ปุ่นรถเอนยิ้น 37.6 ตัน รถลำเลียง 27 ตัน นี่คือลักษณะของรถ และน้ำหนัก
จากข้อมูลที่ทราบอาจจะเป็นรุ่นใดรุ่นหนึ่ง เพราะสมัยนั้นรถ 2 ชนิดนี้ นิยมใช้ในการลำเลียงในทางสายใต้ เพราะเส้นทางสายใต้ ใช้ความกว้างของราง 1 เมตร ซึ่งรถจักรใหญ่หนักประมาณ 97 ตัน ถ้ารวมรถจักรและรถลำเลียงรุ่นพีคลาส ของประเทศอังกฤษ ความยาวเฉพาะเอนยิ้น หรือว่าด้านรถจักรประมาณ 10,474 มิลลิเมตร หรือ 10 เมตร ส่วนด้านรถลำเลียง 600 มิลลิเมตร หรือ 6 เมตรกว่า รวมแล้วประมาณ 17 เมตร ความยาวทั้งหมดจากปลายเสา ส่วนความสูงวัดจากรางข้างล่างจนถึงปล่องไฟ 3,699 มิลลิเมตร สำหรับรถลำเลียงประมาณ 2,972 มิลลิเมตร ความกว้างของตัวรถ 2,360 มิลลิเมตร ถ้าเป็นรถชนิดนี้ตกลงไป ก็คือรุ่นพีคลาส ของประเทศอังกฤษ ส่วนตัวรถจักรสามารถแยกออกจากตัวเทรนเลอร์หรือลำเลียง ถ้าตัวรถลำเลียงจมอยู่ในพื้นมากเราก็ตัดเอาส่วนนี้ออก เอาแต่เฉพาะส่วนหัวออกมาเพราะสามารถแยกออกจากกันได้ ส่วนหัวก็จะมีหม้อน้ำกับชุดล้อส่งกำลัง สองด้านเรียบล้อเล็กว่า ล้อนำ สามล้อคือล้อกำลัง ล้อหลังคือล้อตาม ในชุดของเอนยิ้นมีแค่นี้ ถ้ารถลำเลียงมีทรายโคลนเยอะ เราก็ต้องตัดส่วนนี้ออก รถลำเลียงไม่สามารถนำออกมาได้ การรถไฟอาจจะมีรุ่นนี้ ถ้าไม่สามารถเอารถลำเลียงขึ้นมาได้ ถ้ามีผลกระทบต่อตะม่อ เพราะฉนั้นอาจจะเป็นข้อมูลพอสังเขปได้ สำหรับรถพีคลาส

รถจักรรุ่น ซี 56 ซึ่งผลิตในประเทศญี่ปุ่นถ้าจะดูด้านเอนจิ้น มีความยาว 9,324 มิลลิเมตร ส่วนเทรนเลอร์รถลำเลียง 5,164 มิลลิเมตร ความสูงจากล้อถึงปล่องไฟ 3,700 มิลลิเมตร ความสูงจากล้อถึงช่องเหล็กรถไฟ 3,300 มิลลิเมตร ความกว้างของตัวรถ 2,460 มิลลิเมตร น้ำหนักของรถรุ่นนี้ ถ้าเป็นเอนยิ้น 37 ตัน ตัวเปล่าเทรนเลอร์ 27 ตัน สามารถตัดและแยกออกจากกันได้ โดยมีขอพ่วงสำหรับล้อรุ่นนี้ มีลักษณะ 1 ล้อเล็ก 3 ล้อใหญ่ ไม่เหมือนรุ่นพีคลาส ด้านหน้ามี 4 ด้าน ด้านหลังมี 3 ด้าน และ 2 ซึ่งเป็นข้อมูลคร่าวๆ

ในวันที่ 18 ก.พ.2548 พลโทชัยยุทธ เทพยสุวรรณ เจ้ากรมการทหารช่าง (เบื้องลึกประเด็นข่าว. 2548) ได้ใช้เงินส่วนตัวว่าจ้างให้ นายสุทธิ พยัคฆ์ อายุ 64 ปี นายดำรง พยัคฆ์ อายุ 32 ปี และนายสาโรจน์ พยัคฆ์ อายุ 31 ปี สามพ่อลูก อยู่บ้านเลขที่ 81/2 ถ.ท่าเสา เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ซึ่งเป็นนักดำน้ำงมกุ้งและงมหาของเก่าในแม่น้ำแม่กลอง ดำลงไปวางทุ่นลอยในแม่น้ำแม่กลอง โดยจุดวางทุ่นเป็นหัวรถจักร และลูกระเบิดยาว 1.50 เมตร จำนวน 8 ลูก

ทั้งสามพ่อลูกกล่าวต่อว่า การดำลงไปครั้งนี้พบหัวรถจักรและลูกระเบิดหลายลูก พร้อมด้วยเศษเหล็กที่ถูกระเบิดสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำลาย ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์แต่มีสนิมเกาะ ก่อนหน้านี้นับสิบปี พวกตนมาดำงมกุ้งและงมหาของเก่า เมื่อถึงบริเวณนี้ได้พบส่วนของหัวรถจักรจมอยู่ภายในมีทรายอยู่เป็นจำนวนมาก พวกตนเล่าให้กับชาวราชบุรีฟังหลายคน ส่วนระเบิดที่พบนั้นลูกใหญ่สูงเท่าคนเกือบสิบลูก ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งระดับความลึกจากผิวน้ำลงไปถึงหัวรถจักรประมาณ 10 เมตร

นอกจากนั้น ในการดำน้ำในครั้งนี้ พันเอก คณิต แจ่มจันทรา ผู้บังคับการกรมทหารช่างที่ 11 (ชัยยุทธ เทพยสุวรรณ. 2548) ได้รายงานจุดที่ติดตั้งทุ่นลอยสีส้ม ไว้จำนวน 5 จุด เพื่อแสดงตำแหน่งของซากและสิ่งอุปกรณ์ต่างๆ ดังนี้

1. หัวรถจักรไอน้ำ 1 คัน (จำนวน 4 ทุ่น)
2. ลูกระเบิด ขนาด 1,000 ปอนด์ 3 ลูก
3. กระจังหน้ารถจักร 1 ชิ้น
4. รางรถไฟ 2 ชิ้น
5. ล้อรถจักร 1 ชิ้น

หลังจากได้ดำเนินการผูกทุ่นลอยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อมาในวันศุกร์ที่ 25 มีนาคม 2548 พลโทชัยยุทธ เทพยสุวรรณ ได้สั่งการให้ชุดประดาน้ำของกรมการทหารช่าง (กองกิจการพลเรือน. 2548) ประกอบด้วย จ.ส.อ.ยุทธนา ปภากรณ์ จ.ส.อ.ธีรวัฒน์ ไล้เลิศ จ.ส.อ.อนุชาลักษมีราต ส.อ.อภิชาต จงอริยตระกูล และ จ.ส.อ.สิทธิเดช เดชแพ ให้ดำน้ำลงไปถ่ายภาพหัวรถจักรใต้น้ำ เพื่อนำขึ้นมาประกอบการประชาสัมพันธ์ โดยได้กำหนดดำน้ำเวลา 12.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่น้ำนิ่งและกระแสน้ำต่ำสุด ปรากฏว่าการปฏิบัติงานในครั้งนี้ล้มเหลว เนื่องจากทัศนวิสัยใต้น้ำไม่ดี ขุ่นมาก

วันที่ 12 เมษายน 2548 เวลาประมาณ 08.00 น. ผู้เขียนและทีมงานปฏิบัติงานใต้น้ำของกรมการทหารช่างชุดเดิม รวม 4 คน พร้อมด้วยนักดำเก็บกู้สิ่งของจากบ้านท่าเสาอีก 4 คนที่กล่าวมาแล้ว ได้รับมอบหมายอีกครั้งจาก พลโทชัยยุทธฯ เจ้ากรมการทหารช่างให้ลงไปดำน้ำเพื่อพิสูจน์ทราบรูปแบบของหัวรถจักร ลักษณะและสภาพการจม พร้อมกับถ่ายภาพหัวรถจักรคันนี้ ขึ้นมาเพื่อทำการประชาสัมพันธ์และนำข้อมูลที่ได้มาทำการวิเคราะห์ขั้นต้นเพื่อวางแผนต่อไป และเพื่อพิสูจน์ทราบให้ได้ว่า หัวรถจักรที่จมอยู่นี้เป็นรุ่นใด จากข้อมูลที่ได้รับมีอยู่ 2 รุ่น คือ รถจักรขนาดเล็ก รุ่น P-CLASS (KITSON/NORTH BRITISH,1917,1919) สร้างในประเทศอังกฤษ หรือ รถจักรขนาดเล็ก รุ่น C-56 (JAPAN) สร้างในประเทศญี่ปุ่น

วิธีที่พวกเราดำเนินการในครั้งนี้ คือการศึกษาจากแบบแปลนของรถจักรทั้งสองรุ่น ซึ่งจะมีลักษณะล้อขับ ล้อนำ และปล่องไฟที่แตกต่างกันอย่างไร หลังจากนั้นจึงดำน้ำลงไปพิสูจน์ทราบลักษณะที่คล้ายคลึง ซึ่งหากยืนยันได้ว่ารุ่นใดจมอยู่แล้ว พวกเราก็จะได้ข้อมูลของขนาด รูปร่าง และน้ำหนักที่แท้จริงของตัวรถจักรตามมาด้วย

การพิสูจน์ทราบยังล้มเหลวในวันนี้ เราแทบไม่ได้อะไรเลย น้ำไม่ลึกเท่าใดนัก ประมาณ 8-10 ม. กระแสน้ำเอื่อยๆ พื้นท้องน้ำเป็นทราย ทัศนวิสัยของน้ำค่อนข้างต่ำมองเห็นได้ไม่เกิน 10 ซม. แม้พวกเราจะนำไฟฉายใต้น้ำลงไปก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก พวกเราเหมือนคนตาบอด แต่ก็พยายามถ่ายรูปด้วยกล้องใต้น้ำขึ้นมาให้มากที่สุด แล้วจึงค่อยนำมาวิเคราะห์ นอกจากนั้นเรายังไปดำน้ำพิสูจน์ทราบลูกระเบิดที่ยังคงจมอยู่อีก 2 ลูก ก็เพียงแต่ได้ รูปคลำแล้วนำลักษณะขึ้นวิเคราะห์เช่นกัน

เรายังไม่ย่อท้อ เช้าวันรุ่งขึ้น ซึ่งตรงกับวันสงกรานต์พอดี คือ วันที่ 13 เม.ย.48 พวกเราลงดำน้ำกันอีกครั้งประมาณ 07.00 น.ซึ่งคำนวณแล้วว่าน้ำจะค่อนข้างนิ่งที่สุด จะได้ไม่มีกระแสน้ำ และฝุ่นตะกอนที่จะรบกวนการมองเห็นและเอื้อต่อการถ่ายภาพของพวกเรา ผลยังคงเหมือนเดิม แต่ในครั้งนี้ เราสามารถจำลองลักษณะการจมต่างๆ ว่าจมอยู่ในลักษณะใด ที่ความลึกเท่าใด หัวรถจักรวางตัวอย่างไร ดังภาพที่แสดงไว้ แต่พวกเราก็ยังไม่กล้าฟันธงระบุลงไปว่าเป็นหัวรถจักรรุ่นใด ในการดำน้ำครั้งนี้ พลโทชัยยุทธ เทพยสุวรรณ ได้ขอให้พวกเราพาท่านดำน้ำเพื่อลงไปสัมผัสหัวรถจักรคันนี้ด้วย

ในการสำรวจในครั้งนี้ พลโทชัยยุทธ เทพยสุวรรณ เจ้ากรมการทหารช่าง ยังได้เชิญ นายพลวัตร ชยานุวัชร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นางกอบกุล นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ราชบุรี เขต 1 นายสมศักดิ์ รัตนมุง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี นางศมานันท์ เหล่าวณิชวศิษฎ นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรี กำนันเรืองศักดิ์ เลขวัฒนโรจน์ ประธานหอการค้าราชบุรี และ หัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ร่วมลงเรือสำรวจสถานที่บริเวณที่หัวรถจักรไอน้ำจมอยู่ใต้สะพานจุฬาลงกรณ์ พร้อมนำเสนอโครงการกู้หัวรถจักรไอน้ำ ให้แก่ นายพลวัตร ชยานุวัตร ผู้ว่าราชการจังหวดราชบุรี และคณะ ได้รับทราบ ซึ่งทั้งหมดมีความเห็นชอบด้วยว่า จะแต่งตั้งคณะกรรมการของจังหวัดและผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมพิจารณาต่อไป
รวบรวมโดย สุชาต จันทรวงศ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
อ่านต่อ >>

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ใคร? ฆ่า ส.ส. กอบกุล

บทความนี้ เป็นเพียงบทวิเคราะห์ส่วนตัวของผู้เขียน ไม่มีเจตนาที่จะให้ร้ายใคร ผู้อ่านต้องใช้วิจารญาณในการคิดวิเคราะห์เอง
บทความนี้ ข้าพเจ้าเริ่มเขียน เมื่อตอนสาย ของวันที่ 1 มิ.ย.49 ซึ่งล่วงเข้าวันที่ 5 ของการเสียชีวิตของ อดีต ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี

จากการที่ทีมสอบสวนของตำรวจทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ได้ร่วมกันจับกลุ่มคนร้ายที่ลงมือสังหาร ส.ส.กอบกุลฯ ได้เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.49) นับเป็นผลงานที่เยี่ยมยอดและรวดเร็ว โดยกลุ่มร้ายส่วนใหญ่ทำงานอยู่ในตลาดศรีเมือง ซึ่งเจ้าของคือ นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เรื่องราวต่างๆ ของกลุ่มคนร้าย ข้าพเจ้าขออนุญาต สรุปพอสังเขป (ถึงเช้าวันนี้) เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ ดังนี้

ผู้ที่อยู่ในรถโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ที่ใช้สังหาร
1.นายอานนท์ พันรัตน์ (เอ็ม) เป็นผู้จัดการโต๊ะสนุกเกอร์ของสมาคมเกษตร ในตลาดศรีเมือง ทำหน้าที่คนขับ
2.นายอนันตศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ (ต่าย ศรีเมือง,ส.ท.ต่าย) ผู้จัดการฝ่ายการตลาด ตลาดกลางผักและผลไม้ศรีเมือง ปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรี (ส.ท.) ถูกล่าวหาว่า เป็นผู้จ้างวาน/ผู้จัดหามือปืน/ผู้ชี้เป้า และคืนนั้นนั่งไปกับคนขับรถ
3.นายจำรณหรือจำลอง อ่วมทอง กำนัน ต.หนองกระเจ็ด อ.บ้านลาด จ. เพชรบุรี ทำหน้าที่เป็น มือปืนสังหาร
4.นายศุภฤกษ์ อ่วมทอง บุตรชายนายจำรณฯ ทำหน้าที่เป็น มือปืนสังหาร
ผู้ที่ถูกกล่าวหาร่วมอยู่ในทีมสังหาร
5.นายสงัด พุ่มเพ็ง (สารวัตรเปี๊ยก) อดีตสารวัตรกำนัน ต. เกาะพลับพลา ทำงานเป็นผู้ดูแลอยู่ในตลาดศรีเมือง ถูกซัดทอดว่า เป็นผู้จ้างวาน/ผู้ชี้เป้า/ผู้จัดหามือปืน และเป็นคนแจ้งความเคลื่อนไหวของ นางกอบกุลฯ ในคืนวันนั้น แต่ปัจจุบัน นายสงัดฯ เสียชีวิตแล้ว เมื่อวานนี้ (31 พ.ค.49) จากการกินยาฆ่าตัวตาย โดยสถานที่เกิดเหตุเป็นบ้านของ นายพงศ์พัฒน์ นาคหนู (เภา ศรีเมือง) ผู้จัดการฝ่ายการค้าปลีกตลาดศรีเมือง ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง นายสงัดฯ ได้เขียนจดหมายลาตายเอาไว้ สรุปสาระได้ว่า "การสังหาร นางกอบกุล ในครั้งนี้ เขาเป็นคนทำเองคนเดียว เนื่องจากแต่ก่อน เขาเคยช่วยเหลือนางกอบกุลฯ แต่นางกอบกุลกลับหักหลังเขา และด่าว่าเขา ฝากขอโทษถึง นายนภินทรฯ เจ้าของตลาดศรีเมืองด้วย ที่เขาทำอะไรแล้วไม่บอก"



จากเหตุการณ์ที่ข้าพเจ้าได้เรียบเรียงมานี้ แลดูเป็นเรื่องที่ง่ายๆ ไม่มีความสลับซับซ้อนใดใด ใครๆ ก็ต้องคิดว่า เป็นฝีมือ ของนายนภินทร ศรีสรรพางค์ อย่างแน่นอน....

ข้าพเจ้านึกฉงนใจ จึงรีบค้นหาตำราพิชัยสงครามของซุนวู ขึ้นมาอ่าน ซึ่งมีอยู่ตอนหนึ่ง ซุนวูกล่าวว่า " ใกล้ให้แสดงไกล ไกลให้แสดงใกล้ " ฆาตกรคนนี้น่าจะเป็นนักวางแผนการฆาตกรรมอันยอดเยี่ยม คล้ายกับคนที่เคยมีประสบการณ์มาแล้ว หากเป็นนิยายก็จัดเป็นนิยายฆาตกรรมที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อน ซึ่งขณะนี้เหตุการณ์ต่างๆ กำลังดำเนินการไปตามบทของมัน...

-นายนภินทร ศรีสรรพางค์ เจ้าของตลาดศรีเมืองโดนเต็มๆ ขึ้นขั้นเสียชื่อเสียงวงศ์ตระกูลที่ได้สร้างสมมา และอาจรุกลามเสียไปถึงตลาดศรีเมืองที่อุตส่าห์สร้างกิจการมากว่า 20 ปีอีกด้วย อนาคตทางการเมืองดับวูบ....การถูกวางตัวขึ้นเป็นแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ภาคกลาง หมดสิ้นไปเรียบร้อย

ข้าพเจ้ากล่าวไว้ในตอนที่แล้ว ว่า ยิงกระสุนนัดเดียว น่าจะได้นกมากกว่าสองตัว

หลังจากที่ตำรวจจับทีมสังหารได้ เกิดคำถามผุดขึ้นในใจ ของข้าพเจ้าทันที ซึ่งข้าพเจ้ากำลังพยายามคิดหาคำตอบอยู่ เหตุการณ์ต่างๆ มันดูง่าย เหมาะเจาะและสอดคล้องกันไปหมด

คำถาม หาก นายนภินทรฯ ล้ม ! นางกอบกุลฯ ก็ล้ม! ใคร? จะได้รับประโยชน์? ทั้งธุรกิจตลาดกลางเพื่อการเกษตร และการเมือง
คำถาม หาก นายนภินทรฯ เป็นผู้บงการจริง ทำไม? ต้องใช้คนใกล้ตัวอย่างนั้น นายนภินทรฯ ไม่ใช่คนไก่อ่อนที่เพิ่งเข้าสู่วงการ

จากการอนุมานของข้าพเจ้าเอง ฆาตกรที่บงการสังหารนางกอบกุลฯ คนนี้ น่าจะมีคุณลักษณะ ดังนี้
1.ต้องเป็นคนรู้เรื่องดีเกี่ยวกับขั้นตอนการทำงาน และวิธีการสืบสวนหาพยานหลักฐานของตำรวจ และรู้เรื่องกฏหมายเป็นอย่างดี
2.ต้องเป็นคนที่เคยคลุกคลีและมีความสัมพันธ์อยู่กับกลุ่มทีมสังหารที่ลงมือ
3.ต้องเป็นคนที่มีเงิน มีความทะเยอทะยาน ใฝ่สูง และมีอิทธิพลด้านมืด อยู่ใน จ.ราชบุรี มีศักยภาพพอที่จะสามารถสร้างตลาดกลางเพื่อการเกษตรของราชบุรีแห่งใหม่ได้ เพราะตลาดเพชรเมืองราช ของนางกอบกุลฯ ก็ไม่เกิด ตลาดศรีเมือง ของนภินทร ก็ทำท่าว่าจะล้มจากผลกระทบที่ได้รับจากเหตุการณ์ครั้งนี้
4.และสุดท้ายต้องเป็นคนที่มีความรู้สึกว่า นางกอบกุล นพอมรบดี เป็นก้างขวางคอ เป็นคนที่คอยขัดจังหวะ และขัดโอกาสในชีวิตของตนเองเสมอ จึงเกิดความรู้สึกเครียดแค้น ชิงชัง เกิดทิฐิว่า หากมีตน ต้องไม่มีกอบกุล เห็นได้จากการเลือกวิธีการสังหารนางกอบกุลฯ ในครั้งนี้ ซึ่งมีลักษณะของความเหี้ยมโหด ทารุณ สะใจ ฆ่าให้สมแค้น....ทั้งๆ ที่มีวิธีฆ่าที่ดูดีกว่านี้ ตั้งมากมาย



การอนุมานที่ข้าพเจ้าเขียนมานี้ เป็นเพียงการอนุมาน ตามทฤษฎีที่ได้ร่ำเรียนมา เท่านั้น มุ่งประสงค์ให้ผู้ที่อ่านได้คิดตามไปด้วยในอีกมุมหนึ่ง ซึ่งการอนุมานของข้าพเจ้า อาจจะผิดพลาดโดยสิ้นเชิงก็ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องกราบขอโทษบรรดาครูบาอาจารย์ที่ได้อบรม สั่งสอนข้าพเจ้ามาไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

" ใกล้ให้แสดงไกล ไกลให้แสดงใกล้ "

ขณะที่ เริ่มเขียนบทความต่อนี้ คือ เช้าวันที่ 4 มิ.ย.49 ล่วงเข้าวันที่ 8 หลังจากการเสียชีวิตของ อดีต ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี ซึ่งช่วงเช้าวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำกลุ่มคนร้ายมาทำแผนประกอบในที่เกิดเหตุ ณ บริเวณสี่แยกเขางู ตรงสถานที่ที่ ส.ส.กอบกุลฯ ถูกสังหาร มีผู้คนชาวราชบุรี มารอดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นเดินทางไปทำแผนต่อไปยังสถานที่ที่นายต่ายและนายเอ็มซ้อมยิงปืน ตลอดจนจุดเปลี่ยนถ่ายรถของฆาตกรที่ตลาดศรีเมือง

สถานการณ์จนถึงขณะนี้ พอสรุปเหตุการณ์สังหาร ส.ส.กอบกุลได้ ดังนี้
1.นายจำรณหรือจำลอง อ่วมทอง กำนัน ต.หนองกระเจ็ด อ.บ้านลาด จ. เพชรบุรี และ นายศุภฤกษ์ อ่วมทอง บุตรชายซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลั่นกระสุนสังหาร ได้รับการประกันตัวไปแล้ว เนื่องจากในวันที่เกิดเหตุ มีสถานที่อยู่อ้างอิงโดยแน่ชัดว่าไม่ได้เป็นคนลงมือทำ
2.ตัวละครใหม่เกิดขึ้น คือ นายวิญญู รัตนวรรณ (เลิฟ) สารภาพว่าทำหน้าที่ขับรถซึ่งเป็นของตนเองในคืนนั้น ให้ นายอานนท์ พันรัตน์ (เอ็ม) และ นายอนันตศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ (ส.ท.ต่าย) ซึ่งนั่งอยู่กระบะท้าย เป็นผู้ลงมือลั่นกระสุนสังหาร
3.หลังจากสังหารแล้ว นายเลิฟ ขับรถพา นายเอ็มและนายต่าย ไปส่งช่วงต่อให้ นายวันชนะ ศุภชัยศิริเรือง (วัน) ซึ่งจอดรถรออยู่ที่ตลาดศรีเมือง แล้วขับต่อพานายเอ็มและนายต่าย นำปืน M16 ซึ่งเป็นอาวุธสังหารไปทิ้งในแม่น้ำแม่กลองที่บริเวณวัดใหม่ชำนาญ ต.เจ็ดเสมียน
4.นายชยสิทธิ์ ธีระวรวงศ์ (เก้า) ให้ปากคำว่า คืนนั้นเป็นผู้ขับรถไปส่ง นายอนันตศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ (ส.ท.ต่าย) ที่บ้านของ นายเอ็ม ที่หลุมดิน เพื่อเตรียมก่อเหตุ
5.ปัจจุบัน นายต่าย ยังให้การปฏิเสธ ส่วน นายเอ็ม กับ นายเลิฟ แหล่งข่าวแจ้งว่ารับสารภาพหมดแล้ว ส่วน นายวัน และ นายเก้า บอกว่า ตนไม่ทราบว่า นายเอ็ม กับ นายต่าย ไปทำอะไรกัน เหตุที่ไปส่ง และรอรับ ก็เพราะเป็นคนรู้จักสนิทกัน
6.ช่วงในการทำแผนฝึกซ้อมยิงปืน M16 นายเอ็ม บอกว่า ทำการซ้อมยิงถึง 3 ครั้ง ซึ่งนายต่ายเป็นคนสอนให้ และรู้ว่าจะต้องไปสังหาร อดีต ส.ส.กอบกุลฯ สาเหตุที่ต้องทำ ก็เพื่อทดแทนบุญคุณนายต่าย ที่เคยช่วยชีวิตแม่ของนายเอ็มเอาไว้

ดูท่าทางว่า คดีนี้ น่าจะจบแบบเรียบร้อยโรงเรียนจีน เพราะจับคนร้ายได้หมดแล้ว แต่คำถามที่ยังต้องหาคำตอบยังมีอยู่ ซึ่งพนักงานสอบสวนก็คงกำลังหาคำตอบอยู่เช่นกัน...

ทำไม? นายสงัด พุ่มเพ็ง (สารวัตรเปี๊ยก) ต้องตาย (จะตายด้วยความสมัครใจ หรือ ถูกฆ่าปิดปากก็ตาม)
ทำไม? นายสงัดฯ ต้องเขียนจดหมายทิ้งไว้ก่อนตาย ว่าตนเองทำคนเดียว เนื่องเพราะแค้นเป็นการส่วนตัวกับ ส.ส.กอบกุลฯ ไม่เกี่ยวกับ นายนภินทร (จะเขียนเอง หรือ คนอื่นเขียนก็ตาม) ซึ่งแหล่งข่าวใกล้ชิดกับ ส.ส.กอบกุลฯ ที่เชื่อถือได้บอกว่า ส.ส.กอบกุลฯ ไม่เคยได้ยุ่งเกี่ยว ข้องแวะ หรือทำงาน ร่วมกับ นายสงัดฯ เลย
ทำไม? นายสงัดฯ ต้องไปตายที่ อ.สวนผึ้ง บ้านของ นายพงศ์พัฒน์ นาคหนู (เภา ศรีเมือง)
ทำไม? หลังจากสังหาร ส.ส.กอบกุลฯ แล้ว ทำไม? ต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ ซึ่งรถคันใหม่นี้ดันไปจอดคอยอยู่ที่ตลาดศรีเมืองอีกด้วย หลังจากนั้น จึงค่อยเอาปืน M16 ที่ใช้สังหารไปโยนทิ้งแม่น้ำในภายหลัง กรณีนี้ หากนำปืน M16 ไปทิ้งตั้งแต่แรกก็คงไม่เสียเวลามากมายนัก เพราะสถานที่ทิ้งกับที่สังหารก็ไม่ไกลกันจนเกินไป ทำไม? ต้องวิ่งเข้าไปในตลาดศรีเมืองเพื่อเปลี่ยนรถอีกคัน(ซึ่งขณะนั้น หากมีผู้หวังดีที่เห็นเหตุการณ์ ขับรถตามไป อะไรจะเกิดขึ้น มันน่าจะเป็นการเสี่ยงเกินไปสำหรับมือปืน) ฆาตกรผู้วางแผนคิดอย่างไร
ทำไม? นายเลิฟ จึงไม่หลบหนีไปกบดานในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ กลับเดินลอยนวลอยู่ ในกรุงเทพฯ ใครเป็นคนกำหนดให้นายเลิฟทำอย่างนี้ หรือว่า นายเลิฟกำลังอยู่ในการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของใครคนหนึ่ง ซึ่งรอขั้นตอน จังหวะและโอกาสต่างๆ ให้เหมาะสม เพราะการจับตัวนายเลิฟได้ แผนการสังหารกอบกุล ก็คลี่คลาย นายเลิฟกำลังถูกหลอกอยู่ ใช่หรือไม่ เมื่อคดีลงตัว จึงนับเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของตำรวจ ซึ่งหากให้คะแนนก็เต็ม 100 คะแนนเลยทีเดียว สามารถลดกระแสสังคมลงได้ ส่วนผู้บงการคงต้องใช้เวลาสอบสวนหาพยานหลักฐานกันต่อไป

เงื่อนปมเหล่านี้ ข้าพเจ้าก็ยังคิดไม่ออก จากผลประมวลข้อมูลจากแหล่งข่าวต่างๆ ที่เชื่อถือได้ และจากการที่ข้าพเจ้าได้พูดคุยกับชาวราชบุรีหลายสาขาอาชีพ ปรากฏว่าเกิดข่าวลือต่างๆ ในหมู่แวดวงชาวราชบุรี มากมายจำนวนหลายกระแส ซึ่งข้าพเจ้าได้รวบรวมมาเขียนให้ผู้อ่านได้ทราบ พอสังเขปได้ดังนี้
-ข่าวลือที่ 1 หลายคนเริ่มไม่เชื่อว่า นายนภินทรฯ เจ้าของตลาดศรีเมือง จะเป็นผู้บงการ เพราะดูรูปการแล้ว คนฉลาดอย่างนภินทรฯ ไม่น่าจะทำอะไรโง่ๆ อย่างนี้ ที่ใช้คนใกล้ตัว
-ข่าวลือที่ 2 อดีต ส.ส.กอบกุลฯ เป็นผู้ประสานงานพานายทุน มาซื้อที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดแห่งหนึ่งใน จ.ราชบุรี ซึ่งเจ้าของที่ดินต้องการที่จะขาย ทำให้เจ้าของซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจตลาดแห่งนั้นอยู่ (แต่ไม่ใช่เจ้าของที่ดิน) เกิดความไม่พอใจต่อการกระทำของ ส.ส.กอบกุลฯ อาจเป็นชนวนเหตุจูงใจให้สังหาร ส.ส.กอบกุล
-ข่าวลือที่ 3 ส.ส.ของพรรคไทยรักไทยระดับสูงคนหนึ่ง เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากชนวนสาเหตุการเลือกตั้ง สว.ที่ผ่านมา และการกว้านซื้อที่ดิน ที่จะใช้ในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่
-ข่าวลือที่ 4 เป็นเรื่องข่าวลือทางไสยศาสตร์ว่า วิญญาณ ส.ส.กอบกุลฯ มาเข้าร่างทรงในวันที่ 2 ของการเสียชีวิตและบอกว่า " คนบงการเป็นผู้หญิงที่ชอบใส่เพชร ใส่พลอย" (เรื่องนี้ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเอาเอง)
-ข่าวลือที่ 5 เคยมีการเจรจาเรื่องตลาดกลางเพื่อการเกษตร ระหว่าง อดีต ส.ส.กอบกุลฯ กับตัวแทนเจ้าของตลาดเดิม
-ข่าวลือที่ 6 เดิม นายพงศ์พัฒน์ นาคหนู หรือ เภา ศรีเมือง (ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่ นายสงัดฯ ไปกินยาตาย) เคยเป็นมือขวา ของเจ้าของตลาดศรีเมือง แต่ปัจจุบันโดน นายอนันตศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ หรือส.ท.ต่าย ขึ้นมาแย่งตำแหน่งแทน
-ข่าวลือที่ 7 นายสงัด พุ่มเพ็ง (สารวัตรเปี๊ยก) (กินยาตาย) นายอนันตศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ (ส.ท.ต่าย) และ นายพงศ์พัฒน์ นาคหนู (เภา ศรีเมือง) มักใช้คำเรียกผู้ที่เขารับใช้อยู่ว่า "นาย" จึงอาจเกิดการเข้าใจผิดว่า "นายไฟเขียว" แต่ไม่ได้สื่อกันว่า นายคนไหน ใช่นายคนเดียวกันหรือไม่ โดยเฉพาะ นายสงัด พุ่มเพ็ง (สารวัตรเปี๊ยก) ที่กินยาตายเคยมีนาย (คนเก่า) มาก่อน
-ข่าวลือที่ 8 เคยมีคนที่เคยเป็นคู่แข่งขัน ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ราชบุรี เขต 1 แข่งกับ นางกอบกุลฯ เมื่อครั้งที่ นางกอบกุลฯ ยังสังกัดพรรคชาติพัฒนาอยู่ การเลือกตั้งในครั้งนั้น แม้คู่แข่งคนนี้ จะสังกัดพรรคไทยรักไทยในขณะนั้นก็ตาม (ซึ่งเป็นพรรคกระแสนิยม) ก็ยังสู้ นางกอบกุลฯ สังกัดพรรคชาติพัฒนาไม่ได้ การเลือกตั้งในครั้งนั้น มีเหตุการณ์กลั่นแกล้งใส่ร้ายป้ายสีกันมาก ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ถูกใบแดง นางกอบกุล นพอมรบดี สังกัดพรรคชาติพัฒนา ถูกใบเหลือง จนต้องเกิดการเลือกตั้งใหม่รอบสอง นางกอบกุล นพอมรบดี ก็ยังเป็นฝ่ายชนะเหมือนเดิม ก่อนที่จะหมดวาระ ส.ส. ของนางกอบกุลฯ ซึ่งจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปใหม่ทั้งประเทศ คู่แข่งคนเดิมก็ประกาศตัวว่า ตนเองเป็นตัวแทนของพรรคไทยรักไทย ลงสมัคร ชิงตำแหน่ง ส.ส.ราชบุรี เขต 1 (ตอนนั้น ส.ส.กอบกุลฯ ยังไม่ได้ย้ายพรรค) พอ ส.ส.กอบกุลฯ ย้ายพรรค ก็ได้เป็นตัวแทนของ พรรคไทยรักไทย ลงสมัคร ส.ส. ราชบุรีเขต 1 แทนคู่แข่งคนนั้น (ซึ่งตอนนี้ ถือว่าอยู่พรรคเดียวกันแล้ว) และ นางกอบกุลฯ ก็ได้เป็น ส.ส.ราชบุรี เขต 1 สังกัดพรรคไทยรักไทย จนกระทั่งยุบสภา
-ข่าวลือที่ 9 การสังหาร ส.ส.กอบกุลฯ ในครั้งนี้ อาจเชื่อมโยงไปถึงการเสียชีวิต ของ ดร.ณรงค์ชัย สุริยะณรงค์ชัย อดีตนายกเทศบาลเมืองราชบุรี 2 สมัย ซึ่งถูกยิงกลางเมืองราชบุรีเมื่อปี พ.ศ.2538 ซึ่งสาเหตุในขณะนั้นเกี่ยวข้องกับตลาดศรีเมือง ซึ่งนายณรงค์ฯ เป็นผู้ก่อตั้ง ก่อนที่จะตกมาอยู่ในมือของกลุ่มผู้บริหารในปัจจุบัน สังเกตได้ว่า การแข่งขันสร้างตลาดขนาดใหญ่ ใน จ.ราชบุรี ค่อนข้างรุนแรงนับตั้งแต่นั้นมา เช่น ตลาดกำนันหลัก ตลาดไนท์พลาซ่า จนกระทั่งมาถึง ตลาดเพชรเมืองราช ของ ส.ส.กอบกุลฯ
-ข่าวลือที่ 10 น่าจะมีการลงขันกัน สังหาร อดีต ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี เนื่องจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องล้วนสมประโยชน์กันทั้งหมด

(ข่าวลือเหล่านี้เป็นเพียงข้อมูลที่ข้าพเจ้า ได้รวบรวมมาจากเรื่องราวต่างๆ ที่ได้ยินมา ไม่มีเจตนาจะให้ร้ายผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งจะจริง เท็จหรือไม่อย่างไร ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณ ในการคิดเอาเอง)

อดีต ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี กำลังเล่นกับไฟ โดยท่านจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม แต่ท่านคงไม่คิดว่า ไฟกองนี้จะใหญ่พอที่จะเผาตัวท่านให้เป็นจุล......

นี่คือ สิ่งที่พวกเราต้องหาคำตอบว่า ใคร? คือ ไฟกองใหญ่กองนั้น

ปมปริศนาที่พวกเราต้องค้นหาเหตุและผลมาตอบคำถามที่ยังค้างคาใจ ว่า "ทำไม" บวกกับ "กระแสข่าวลือ" เหล่านี้ ข้าพเจ้าคิดว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งทำหน้าที่พนักงานสืบสวน คงทราบทั้งหมดแล้ว ล้วนต้องเก็บเอามาประมวล และอนุมานความเป็นไปได้โดยไม่ทิ้งประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เพราะ อาจจะสามารถใช้เชื่อมโยงไปถึงฆาตกรที่เป็นตัวบงการได้

ลองมาย้อนนึกถึงเหตุผลที่คนต้องฆ่ากัน ที่ข้าพเจ้าเขียนไว้ตั้งแต่ตอนแรก ดู อาจจะได้แนวความคิดใหม่ๆ เกิดขึ้นก็ได้
-เหตุผลที่ 1 ฆ่าเพราะเกิดการดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างร้ายแรง จนยอมไม่ได้
-เหตุผลที่ 2 ฆ่าเพื่อปกปิดความชั่วร้ายของตนเอง
-เหตุผลที่ 3 ฆ่าเพราะขัดผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งผลประโยชน์นั้นมีค่าตอบแทนที่สูงมาก คุ้มค่ากับการเสี่ยง
-เหตุผลที่ 4 ฆ่าเพื่อรักษาและดำรงไว้ซึ่งอำนาจ บารมีและอิทธิพลของตน

คนฉลาด ไม่มีใครเชื่อว่าจะทำอะไรโง่ๆ ได้
คนโง่ ก็ไม่มีใครเชื่อว่าจะทำอะไรฉลาดๆ ได้เช่นกัน
แต่คนที่ประสบความสำเร็จ คือ คนที่เคยเป็นทั้งคนฉลาดและคนโง่มาก่อน

เขียนโดย ชาติชาย คเชนชล 4 มิ.ย.49

อ่านต่อ >>

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ชนวนสังหาร ส.ส.กอบกุล ?



บทความนี้ เป็นเพียงบทวิเคราะห์ส่วนตัวของผู้เขียน ไม่มีเจตนาที่จะให้ร้ายใคร ผู้อ่านต้องใช้วิจารญาณในการคิดวิเคราะห์เอง

บทนำ
วิญญาณของ อดีต ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี ออกจากร่างไปเมื่อ เวลาประมาณ 20.30 น.ของวันเสาร์ที่ 27 พ.ค.2549 ณ บริเวณสี่แยกเขางู จากพิษกระสุนมรณะของมือปืนมืออาชีพ ถล่มศีรษะและร่างของ ส.ส.กอบกุลฯ จนแหลกเละ

เมื่อทุกคนทราบข่าวต่างตกใจ และไม่เชื่อว่าจะมีใครทำร้าย อดีต ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี ได้ถึงเพียงนี้ กับผู้หญิงตัวเล็กๆ หน้าใสๆ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และความมีอัธยาศัยไมตรีต่อทุกคน ไม่ถือตัว จำคนแม่น ชาวบ้านร้านถิ่นมีงานที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานกุศล งานเลี้ยง งานศพ หาก ส.ส.กอบกุลฯ ไม่ติดงานสำคัญจริงๆ จะต้องไปร่วมงานทุกครั้ง พร้อมด้วยเสียงเพลงประจำตัว "คุณลำไย" และ "กุหลาบเวียงพิงค์" ทำให้สามารถก้าวสู่ตำแหน่ง ส.ส.ขวัญใจของชาวเมืองราชบุรีได้อย่างรวดเร็ว แม้แต่ขณะที่เสียชีวิต ก็อยู่ในระหว่างการเดินทางไปร่วมงานของพี่น้องประชาชนชาวเมืองราชบุรี
คืนนั้น ที่ รพ.เมืองราช ซึ่งเป็นสถานที่ที่ร่างของ ส.ส.กอบกุลฯ นอนสงบนิ่งหลังจากเกิดเหตุ ที่นั่น...คราคร่ำไปด้วยผู้คนเกือบทุกสาขาอาชีพ เดินทางมาเพื่อยืนยันข่าวการเสียชีวิตของ ส.ส.กอบกุลฯ ด้วยใจที่เป็นห่วง และด้วยความไม่เชื่อถึงข่าวการเสียชีวิตที่ได้ยินมา บ้างก็ยกมือไหว้บ่นบานศาลกล่าวมาตลอดทาง ขออย่าให้ ส.ส.กอบกุลฯ เป็นอะไร บ้างก็กำลังเดินร้องไห้ บ้างก็นั่งร้องไห้ บ้างก็กอดกันร้องไห้ บ้างก็จับกลุ่มกันเป็นกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยวิพากวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คำถามของทุกคนในคืนนั้น ต่างถูกตั้งขึ้นมาเหมือนๆ กันว่า "ใครฆ่า ส.ส.กอบกุล"

อะไร? คือ ชนวนสาเหตุที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีอื่น แก้ไขได้วิธีเดียวเท่านั้น คือ ส.ส.กอบกุลฯ ต้องตาย และหาก ส.ส.กอบกุลฯ ตายแล้ว ใครบ้าง? จะได้ประโยชน์

ข้าพเจ้านั่งคิดเงียบๆ อยู่คนเดียว และพยายามนึกถึง เหตุผลสำคัญที่สามารถทำให้มนุษย์ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีศีล มีธรรม มีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ จะถึงขั้นลงมือลงไม้เข่นฆ่ามนุษย์ด้วยกันเอง น่าจะมีเหตุผลอะไรบ้าง คิดอยู่นาน จึงพอจะสรุปออกมาได้ว่า
เหตุผลที่ 1 ฆ่าเพราะเกิดการดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างร้ายแรง จนยอมไม่ได้
เหตุผลที่ 2 ฆ่าเพื่อปกปิดความชั่วร้ายของตนเอง
เหตุผลที่ 3 ฆ่าเพราะขัดผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งผลประโยชน์นั้นมีค่าตอบแทนที่สูงมาก คุ้มค่ากับการเสี่ยง
เหตุผลที่ 4 ฆ่าเพื่อรักษาและดำรงไว้ซึ่งอำนาจ บารมีและอิทธิพลของตน

ชนวนสาเหตุของ "การสังหาร ส.ส.กอบกุล" ในครั้งนี้ น่าจะเป็นเรื่องราวที่สลับซับซ้อน จนยากที่จะคาดเดาได้ด้วยสามัญสำนึกพื้นฐานของปัจเจกบุคคลทั่วไป ใน 3 วันที่ผ่านมา ข้าพเจ้าได้มีโอกาสพูดคุยและรับฟังความเห็นจากผู้หลักผู้ใหญ่ และผู้ที่มีประสบการณ์หลายท่าน ต่างให้ความเห็นที่น่าฟังในหลายประการ....พอสรุปได้ดังนี้

ประเด็นที่ 1 เรื่องการเมือง ประเด็นนี้หลายคนให้ความเห็นว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ เพราะ อดีต ส.ส.กอบกุลฯ เข้าสู่การเมืองมานาน ก็ไม่เห็นมีเหตุการณ์ที่ส่อถึงความขัดแย้งอย่างรุนแรงกับใคร จนสามารถเป็นชนวนเหตุถึงขั้นฆ่ากันได้ การเล่นยังคงเป็นไปตามเกม ตั้งแต่ นางกอบกุลฯ ก่อตั้งกลุ่มพัฒนาราชบุรี จนกระทั่งได้ดำรงตำแหน่ง นายก อบจ.ราชบุรี และไต่เต้าต่อไปเป็น ส.ส.สมัยแรกในนามพรรคชาติพัฒนา สมัยที่ 2 ในนามพรรคไทย และ แถมยังส่งต่อทายาทเอาไว้ใน อบจ.ราชบุรีอย่างต่อเนื่อง

แต่หลายท่าน ก็บอกว่า อย่าได้มองอย่างผิวเผิน กว่า ส.ส.กอบกุลฯ จะเดินทางมาถึงตรงนี้ น่าจะไม่ใช่เรื่องหมูๆ อย่างที่พวกเราเห็น หากลองย้อนนึกดูถึงเหตุการณ์การเมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนักการเมือง ในบ้านเราดู ยกตัวอย่าง เช่น

-กรณีการเสียชีวิตของ นายสุรชัย ม่วงคุ้ม จากกระสุนปืน 9 มม. ที่หน้าร้านของตนเอง เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2547 ซึ่งนายสุรชัยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ และ ในขณะนั้น ถูกวางตัวเป็นรองนายก อบจ.ราชบุรี ในครั้งที่ ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น นายก อบจ.ราชบุรี
-การเลือกตั้ง นายก อบจ.ราชบุรี ครั้งล่าสุดที่ผ่านมา ข่าวว่ามีการตกลงกันในหมู่นักการเมือง หลีกทางให้พวกเดียวกัน คนหนึ่งเป็นนายก อบจ. และอีกคนหนึ่งเป็นทีมผู้บริหาร เพื่อคะแนนเสียงจะได้ไม่แตก และคนที่เป็นทีมผู้บริหาร เมื่อถึงเวลาเลือกตั้ง สว. ก็จะผลักดันให้ขึ้นเป็น สว.

-การเลือกตั้ง สว. จำนวน 3 คนของ จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 19 เม.ย.49 ที่ผ่านมา ทราบว่าการเจรจาข้อตกลงเบื้องต้นในหมู่นักการเมือง คือ เบอร์ 4-6-1 แต่ผลออกมากลับกลายเป็น เบอร์ 4-6-5 ตามด้วย เบอร์ 9-1 ตามลำดับ ซึ่งลำดับคะแนนผู้ที่เข้ามาในลำดับที่ 4 (เบอร์ 9) และ ลำดับ 5 (เบอร์ 1) ทิ้งห่างจากลำดับที่ 3 (เบอร์ 5) ไม่ถึง 7,000 และ 16.000 คะแนน ตามลำดับ ซึ่งเบอร์ 5 เสมือนกับคนนอกกลุ่ม แต่กลับได้คะแนนเสียงมาในลำดับที่ 3 และได้เป็น สว.ราชบุรี จากการตรวจสอบพบว่าคะแนนเสียงที่เบอร์ 5 ได้รับมากที่สุด ก็คือ คะแนนเสียงในเขต อ.เมืองราชบุรี ซึ่งเป็นฐานเสียงของ ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี นั่นเอง โดยได้ถึง 30,220 จาก 66,173 คะแนน...แล้ว เบอร์ 5 เป็นอะไรกับ ส.ส.กอบกุลฯ งานนี้ข้อตกลง 4-6-1 จึงเกิดผิดพลาด....

-การเสียชีวิตของ นายประยูร สวนเพลง นายกเทศบาล ต.ห้วยชินสีห์ อ.เมือง จ.ราชบุรี หลังการเลือกตั้ง สว. เพียง 16 วัน ซึ่งถูกคนร้ายยิงด้วย อาวุธเอ็ม 16 เมื่อวันที่ 5 พ.ค.2549 และต่อมาได้เสียชีวิตลงเมื่อ 11 พ.ค.49

-การเสียชีวิตของ นายสมนึก ประสพสุข ประธานสภาเทศบาล ต.กรับใหญ่ อ.บ้านโป่ง ซึ่งถูกยิงด้วยอาวุธปืนสั้น เมื่อบ่ายวันที่ 15 พ.ค.2549
-ต่อมาอีก 12 วัน คือในวันที่ 27 พ.ค.2549 คือ การสังหาร อดีต ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี

อำนาจ บารมี และอิทธิพล ของ อดีต ส.ส. กอบกุล นพอมรบดี นับวันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นอย่างเด่นชัด 2 ประการภายใต้ระยะเวลาสั้นๆ นี้ ก็คือ การเลือกตั้ง นายก อบจ. และการเลือกตั้ง สว. ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ทางการเมืองเหล่านี้ แต่ละเหตุการณ์เหมือน จิิ๊กซอว์ ตัวเล็กๆ หากเราจับมันมาประติดประต่อกัน อาจได้เรื่องราวอะไรสักเรื่องในการสังหาร อดีต ส.ส.กอบกุลฯ ในครั้งนี้ก็ได้......หากลองยกเหตุผลของการฆ่ากันที่ข้าพเจ้าได้กล่าวข้างต้น มาสนับสนุน อาจหาสาเหตุของการสังหารได้ 2 ประการ คือ
เหตุผลที่ 1 ฆ่าเพราะเกิดการดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างร้ายแรง จนยอมไม่ได้
เหตุผลที่ 4 ฆ่าเพื่อรักษาและดำรงไว้ซึ่งอำนาจ บารมีและอิทธิพลของตนเอง

ประเด็นที่ 2 เรื่องธุรกิจ เป็นธรรมดาที่นักการเมือง มักจะมีธุรกิจเป็นฐานในการสนับสนุนงานด้านการเมืองของตนเอง ซึ่งคำว่า ธุรกิจ กับ การเมือง มักจะเอื้อประโยชน์ต่อกันและกัน บางครั้ง การเมืองก็จะเอื้อธุรกิจ บางครั้งธุรกิจก็เอื้อการเมือง อดีต ส.ส.กอบกุล นพอมรบดี ก็มีธุรกิจหลายประการเหมือนกับนักการเมืองทั่วๆ ไป จึงต้องแยกเป็นประเด็นในการพิจารณาปมสังหาร ดังนี้

ประเด็นที่ 1 ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจแรกที่เป็นฐานการเงินในการสนับสนุนให้ นางกอบกุลฯ เข้ามาเล่นการเมืองตั้งแต่ระดับท้องถิ่น และเติบโตถึงระดับชาติ ก็คือ บจก.ท่าราบก่อสร้าง โดยการรับเหมาก่อสร้างโครงการต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายพรรคชาติพัฒนา ซึ่ง หน.พรรค ในขณะนั้นมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่ บจก.ท่าราบก่อสร้าง จะไม่รับก่อสร้างในพื้นที่ จ.ราชบุรี เพราะนางกอบกุลฯ กลัวข้อครหานินทา ซึ่งอาจทำให้เสียภาพลักษณ์ของตนเองได้ จึงมักรับเหมาก่อสร้างนอกพื้นที่เป็นหลัก โดยมอบหมายให้สามีเป็นผู้ดูแลแทน เมื่อนางกอบกุลฯ เริ่มมีศักยภาพมากขึ้นในด้านการเมือง ส่งผลให้ บจก.ท่าราบก่อสร้าง เติิบโตเป็นเงาตามไปด้วย จนถึงขั้นการจัดตั้งบริษัทฯ ลูกหลายบริษัท ประกอบกับ อดีต ส.ส.กอบกุลฯ สังกัดพรรคไทยรักไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาล จึงมีโอกาสและช่องทางในการประมูลงานโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ต่างๆ ได้มากขึ้น
จากแหล่งข่าวแจ้งว่า เมื่อไม่นานมานี้ ได้นางกอบกุลฯ ไปแข่งประมูลงานก่อสร้าง กับ บริษัทฯ ของกำนันคนหนึ่ง ใน จ.กาญจนบุรี ซึ่งกำนันคนนี้ถูกขึ้นบัญชีรายชื่อผู้มีอิทธิพล ในสมัยรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณนี้เอง....
แต่เหตุการณ์นี้ ก็ไม่น่าจะเป็นชนวนให้ถึงขั้นต้องสังหาร นางกอบกุลฯ เพราะการประมูลการก่อสร้าง โดยส่วนใหญ่บริษัทก่อสร้างต่างๆ มักจะเป็นพันธมิตรกัน แบ่งสันปันส่วนกันลงตัว มีมารยาทและจรรยาบรรณในการประมูล ในลักษณะน้ำพึ่งเรือเสือพึงป่า งานนี้ฉันขอ งานนั้นฉันให้เธอ ประกอบกับ บจก.ท่าราบก่อสร้าง ก็ไม่ใช่ไก่อ่่อนที่พึ่งเข้าสู่วงการประมูล การหักหน้าผู้รับเหมาก่อสร้างด้วยกัน จึงไม่น่าจะเกิดขึ้น

ประเด็นที่ 2 ธุรกิจการก่อสร้างตลาดกลางเพื่อการเกษตร นางกอบกุลฯ ได้เริ่มวางศิลาฤกษ์ก่อสร้างตลาดกลางเพื่อการเกษตร "เพชรเมืองราช" เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นตลาดกลางเพื่อการเกษตรแห่งใหม่ของ จ.ราชบุรี มีทำเลอยู่ริมถนนเพชรเกษมก่อนเข้าเมืองราชบุรี สะดวกต่อการเดินทางของบรรดาเกษตรกรทั้งหลาย มีผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจหลายท่าน ได้วิเคราะห์มุมมองที่น่าสนใจไว้ดังนี้

-ตลาดกลางเพื่อการเกษตรแห่งนี้ น่าจะเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ที่พยายามจะสร้างตลาดกลางเพื่อการเกษตรให้เกิดขึ้นในแต่ละจังหวัดที่สำคัญเพื่อเชื่อมต่อให้เป็นเครือข่าย โดยผ่านทาง ส.ส. หรือสมาชิกของพรรคไทยรักไทย ที่มีศักยภาพในจังหวัดนั้นๆ เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งหากสร้างเสร็จแล้ว บรรดาเกษตรกรต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นฐานเสียงระดับรากหญ้าของพรรคไทยรักไทยอยู่แล้ว จะได้มาส่งผลผลิตที่ตลาดแห่งนี้ และต่อยอดเศรษฐกิจการเกษตรไปสู่นโยบาย แหล่งผลิตอาหารของโลกของรัฐบาลต่อไป ...นางกอบกุลฯ คือ หนึ่งในผู้ที่มีศักยภาพคนนั้น..ที่ขันอาสาพรรคไทยรักไทย...สร้างตลาดกลางเพื่อการเกษตรที่ราชบุรี..ภายใต้การสนับสนุนของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย และ ส.ส.ราชบุรีสังกัดพรรคไทยรักไทย ทั้ง 4 เขต

-หากตลาดเพชรเมืองราช เกิดขึ้นได้จริง บรรดาเกษตรกรทั้งหลายภายใต้ฐานเสียงของ นางกอบกุลฯ และ ฐานเสียง ของส.ส.พรรคไทยรักไทย จ.ราชบุรี ที่เหลือ อีก 4 เขต ที่เคยส่งผลผลิตอยู่ที่ตลาดอื่นๆ น่าจะเปลี่ยนมาส่งผลผลิต ณ ตลาดกลางแห่งใหม่นี้อย่างแน่นอน ตลาดเพชรเมืองราชแห่งนี้ จึงน่าจะเป็นตลาดที่ใหญ่และมีอัตราความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นส่งผลให้ตลาดกลางเพื่อการเกษตร อื่นๆ ของ จ. ราชบุรี ที่มีอยู่เดิม อาจถึงขั้นต้องยุบกิจการเลยทีเดียว...

-แหล่งข่าวยังแจ้งเพิ่มเติมอีกว่า ขณะนี้ มีบรรดาเกษตรกร และร้านค้ามาลงชื่อจับจองขอร่วม ณ ตลาดเพชรเมืองราช แล้วกว่า 1,000 คน เตรียมย้ายสถานที่ค้าขายจากที่เดิมมายังตลาดเพชรเมืองราช แต่การจองเป็นการจองแบบนอร์มินี่ ไม่กล้าใช้ชื่อจริง ซึ่งถือว่ารู้กัน

ประเด็นที่ 3 ธุรกิจที่กำลังจะเกิด ราชบุรีกำลังจะเป็นเมืองแห่งโรงผลิตไฟฟ้า เนื่องจากมีท่อก๊าซยาดานาจากพม่าวางผ่านมาจาก จ.กาญจนบุรี ผ่าน อ.จอมบึง มุ่งสู่โรงแยกก็าซของ ปตท. ในเขตเมือง แล้ว ส่งต่อให้โรงผลิตไฟฟ้าต่างๆ ดังนั้น ธุรกิจการสร้างโรงผลิตไฟฟ้าจึงกำลังจะเกิดขึ้นอีกหลายโรงในพื้นที่ จ.ราชบุรี โดยมุ่งหาพื้นที่ที่ใช้ในการก่อสร้างโรงผลิตไฟฟ้า ตามแนวของท่อก็าซยาดานา ดังนั้น จึงไม่เป็นที่น่าสงสัยว่า ข่าวการกว้านซื้อที่ดินในเขตพื้นที่ ต.ปากช่อง และ บริเวณเขาประทับช้าง อ.จอมบึง เพื่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ จึงปรากฏออกมาเมื่อประมาณ กลางเดือน ม.ค.2549

- แหล่งข่าวแจ้งว่ามีคนรู้ข่าวนี้ไม่มากนัก มีเพียงผู้ทรงอิทธิพลในราชบุรี ไม่กี่กลุ่ม หนึ่งในนั้น มี นางกอบกุล นพอมรบดี รวมอยู่ด้วย

- ชนวนการขัดแย้งเรื่องการกว้านซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงไฟฟ้า จึงอาจเป็นชนวนสาเหตุประกอบอีกประการ ที่ส่งผลให้ นางกอบกุล นพอมรบดี ต้องถูกสังหารเร็วขึ้น

ประเด็นทางด้านธุรกิจเหล่านี้ แต่ละส่วนเหมือน จิิ๊กซอว์ เช่นกัน หากเราจับเรียงเรื่องราวทีละขั้นทีละตอน อาจได้ชนวนสาเหตุอะไรบางอย่าง ในการสังหาร อดีต ส.ส.กอบกุลฯ ....เหตุผลการฆ่ากันที่ข้าพเจ้าได้เขียนไว้ข้างต้น ที่สามารถมาสนับสนุนการฆ่ากันในครั้งนี้ได้ คือ
เหตุผลที่ 3 ฆ่าเพราะขัดผลประโยชน์ของตนเอง ซึ่งผลประโยชน์นั้นมีค่าตอบแทนที่สูงมาก คุ้มค่ากับการเสี่ยง
ประเด็นสุดท้าย คือเรื่องภายในครอบครัวและวงศาคณาญาติ ซึ่งบรรดานักสอบสวนไม่ควรลืมประเด็นนี้เช่นกัน แต่ข้าพเจ้าไม่ขอเขียน เนื่องจากไม่สมควรที่จะเขียน ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริง

หาก ส.ส.กอบกุลฯ เสียชีวิต ใครบ้าง? จะได้ประโยชน์

คำถามนี้ บรรดากูรูนักสอบสวนทั้งหลายต้องตั้งคำถามไว้ทุกครั้ง ตามทฤษฎีที่ได้ร่ำเรียนมา....หาก นางกอบกุล นพอมรบดี เสียชีวิตแล้ว มีใครบ้างจะได้รับประโยชน์ เพื่อให้มองเห็นชัดเจน ข้าพเจ้าขอแยกประโยชน์ไว้เป็นด้านต่างๆ ส่วนเนื้อหาสาระจะไม่บ่งชี้ชัดใดๆ จะเขียนในรูปแบบของคำถามที่ท่านผู้อ่าน ต้องคิดต่อเอาเอง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าเท่านั้น

ด้านการเมือง
-ใคร? จะมีศักยภาพเพียงพอที่จะลงสมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 1 สังกัดพรรคไทยรักไทย แทน นางกอบกุลฯ ซึ่งผู้ลงสมัคร ส.ส. ท่านนั้นจะต้องเป็นที่ยอมรับจากฐานเสียงเดิมของ นางกอบกุลฯ ด้วย ไม่อย่างนั้น มีหวังสอบตก
-หากคนที่มาลงสมัคร ส.ส. แทน นางกอบกุลฯ ไม่ได้รับการยอมรับ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนขั้วของฐานเสียงไปสู่อีกฟากหนึ่ง ด้วยอิทธิพลและอำนาจเงิน
-ผู้ที่เคยสมัครลงรับเลือกตั้ง ส.ส. คู่แข่งขันกับ นางกอบกุลฯ ที่มักมีคะแนนเสียงคู่คี่กันมาโดยตลอด น่าจะได้รับอานิสงค์ จากการเสียชีวิต ของนางกอบกุลฯ ในครั้งนี้ใช่หรือไม่ หากใช่...ใคร ? คือผู้จงใจ ให้เหตุการณ์เป็นเช่นนั้น
-แต่หากไม่ใช่ ภาพลักษณ์ของคนคนนี้ ต่อความรู้สึกของกระแสสังคมจะเปลี่ยนแปลงเป็นความรู้สึกไม่ไว้วางใจ และจะมีผู้สมัคร ส.ส.คนใหม่ลงมาทำหน้าที่แทน
-การเลือกตั้ง นายก อบจ.ราชบุรี ในสมัยหน้า หากไม่มีอำนาจ บารมี และอิทธิพลของ นางกอบกุลฯ แล้ว ผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง เป็น นายก อบจ. ต่อจากคนปัจจุบัน น่าจะเป็นคนของใคร?
-ฐานเสียงของ นางกอบกุลฯ ที่ซ้อนทับกันอยู่ ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี จะมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้งตัวนายกเทศบาลเมืองราชบุรี และสมาชิกสภาเทศบาลเมืองราชบุรี ที่จะมีขึ้นในกลางเดือน ส.ค.49 นี้ด้วย ดังนั้นเมื่อ นางกอบกุลฯ เสียชีวิต อาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้วของฐานเสียง ด้วยอิทธิพลและอำนาจเงิน ทำให้เกิดกลุ่มอำนาจใหม่ เข้ามาบริหารงานเทศบาลเมืองราชบุรีแทนกลุ่มอำนาจเดิม
-ใคร? ต้องการที่จะขึ้นมาควบคุม สว. ราชบุรี ควบคุม ส.ส.ราชบุรี(เขต 1) ควบคุม นายก อบจ.ราชบุรี และควบคุมเทศบาลเมืองราชบุรี แทนที่นางกอบกุลฯ จะเป็นการควบคุมโดยทางตรงด้วยตนเอง หรือโดยทางอ้อมแบบตัวแทนก็ตาม คนๆ นี้คือใคร?

ด้านธุรกิจ
-หากนางกอบกุลฯ เสียชีวิตแล้ว บจก.ท่าราบก่อสร้าง และบริษัทฯ ในเครือ ยังจะประกอบธุรกิจการรับเหมาก่อสร้างต่อไปได้เหมือนเดิมอีกหรือไม่ หากได้ จะเติบโตเหมือนเดิม หรือจะทรุดโทรมลงไป ใคร?ได้ประโยชน์
-หาก นางกอบกุลฯ เสียชีวิตแล้ว ใครจะมีศักยภาพในการดำเนินการเรื่อง "ตลาดเพชรเมืองราช" ต่อไป มองดูแล้วไม่น่ามีใครที่มีศักยภาพพอ ดังนั้นตลาดเพชรเมืองราช จึงไม่เกิด ใคร? ได้ประโยชน์
-หากนางกอบกุลฯ เสียชีวิตแล้ว การกว้านซื้อที่ดินเพื่อเตรียมสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ น่าจะไร้ซึ่งคู่แข่ง ใคร? ได้ประโยชน์
ข้อคิดส่งท้าย
คนในหมู่โจร จะคิดอย่างโจร
คนดี จะคิดแต่สิ่งที่ดี คนชั่ว จะไม่เคยคิดสิ่งที่ดี
คนจะคิดเหมือนคนที่อยู่รอบข้าง พ่อแม่คิดอย่างไร ลูกก็จะคิดอย่างนั้น
ในหมู่มือปืนอาชีพ จะมีจรรยาบรรณของมือปืน การจับมือปืนได้ ไม่ได้แสดงว่าจะสามารถจับตัวผู้บงการได้
ผู้บงการ คนนี้ ต้องไม่ใช่ "คนธรรมดา"

ยิงกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว ดังนั้นกระสุนตั้ง 32 นัดในร่าง ส.ส.กอบกุลฯ ควรที่จะได้นกมากกว่าสองตัว ถึงจะคุ้มค่า

เขียนโดย ชาติชาย คเชนชล 29 พ.ค.49
อ่านต่อ >>