วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทุ่นระเบิดตกค้าง..ที่ราชบุรี (ตอนที่ 2)

ต่อจาก ทุ่นระเบิดตกค้าง..ที่ราชบุรี (ตอนที่ 1)

หลังจากการสำรวจผลกระทบจากทุ่นระเบิด พื้นที่ของจังหวัดราชบุรี ได้ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อันตรายจากทุ่นระเบิด (Dangerous Area : DA) จำนวนทั้งสิ้น 31,840,215 ตร.ม. (31.8 ตารางกิโลเมตร) โดยครอบคลุมพื้นที่ใน อ.สวนผึ้ง จำนวน 8 พื้นที่ ดังนี้
  1. รหัส DA 754 - บ.โป่งแห้ง ต.ตะนาวศรี ขนาดพื้นที่ 2,709,606 ตร.ม.
  2. รหัส DA 755 - บ.ผาปก ต.สวนผึ้ง  ขนาดพื้นที่ 8,061,006 ตร.ม.
  3. รหัส DA 756 - บ.ผาปก ต.สวนผึ้ง ขนาดพื้นที่ 13,713,230 ตร.ม.
  4. รหัส DA 757 - บ.ห้วยน้ำหนัก ต.ตะนาวศรี ขนาดพื้นที่ 315,734 ตร.ม.
  5. รหัส DA 758 - บ.บ่อหวี ต.ตะนาวศรี ขนาดพื้นที่ 465,897 ตร.ม.
  6. รหัส DA 759 - บ.บ่อหวี ต.ตะนาวศรี ขนาดพื้นที่ 498,541 ตร.ม.
  7. รหัส DA 760 - บ.ตะโกล่าง ต.สวนผึ้ง ขนาดพื้นที่ 2,176,744 ตร.ม.
  8. รหัส DA 761 - บ.ตะโกล่าง ต.สวนผึ้ง ขนาดพื้นที่ 3,899,457 ตร.ม.
พื้นที่อันตรายจากทุ่นระเบิด (Dangerous Area : DA)
ในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคตะวันตก



พื้นที่อันตรายจากทุ่นระเบิด (Dangerous Area : DA)
ใน อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี













































การสำรวจทางเทคนิคเพื่อปรับลดพื้นที่สนามทุ่นระเบิดในพื้นที่ จ.ราชบุรี
หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 (นปท.1) ซึ่งรับผิดชอบในการเก็บกู้และกวาดล้างทุ่นระเบิดในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันตก ได้เข้าดำเนินการสำรวจทางเทคนิคเพื่อปรับลดพื้นที่อันตราย (DA) ใน จ.ราชบุรี ระหว่างวันที่ 20 ม.ค.-20 มี.ค.2552 สรุปผลดังนี้

รหัส DA 754 - บ.โป่งแห้ง ต.ตะนาวศรี ขนาดพื้นที่ 2,709,606 ตร.ม.
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หน่วยได้สอบถามข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้าน พุด แย้มพรหม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นิมิต ทัพไกรสกล ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ธฤต นัฐวรกรณ์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน อมร คำพร้อม และประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยมีทุ่นระเบิดกับระเบิดตกค้าง อีกทั้งยังเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เช่นเลี้ยงสัตว์ หาของป่า ทางหน่วยได้เข้าไปสำรวจและทำการสุ่มตรวจพื้นที่ดังกล่าว ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงสามารถปรับลดเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้ทั้งหมด

รหัส DA 755 - บ.ผาปก ต.สวนผึ้ง  ขนาดพื้นที่ 8,061,006 ตร.ม.
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หน่วยได้สอบถามข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้าน สนิท บุญมั่ง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สุรศักดิ์ สุวิชัย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ณรงค์ พลเยี่ยม เจ้าหน้าที่อนามัยประจำตำบลและประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยมีทุ่นระเบิดกับระเบิดตกค้าง อีกทั้งยังเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เช่นเลี้ยงสัตว์ หาของป่า ทางหน่วยได้เข้าไปสำรวจและทำการสุ่มตรวจพื้นที่ดังกล่าว ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงสามารถปรับลดเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้ทั้งหมด

รหัส DA 756 - บ.ผาปก ต.สวนผึ้ง ขนาดพื้นที่ 13,713,230 ตร.ม.
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หน่วยได้สอบถามข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้าน พุด แย้มพรหม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สุรศักดิ์ สุวิชัย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ณรงค์ พลเยี่ยม เจ้าหน้าที่อนามัยประจำตำบล และประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีประชาชนเคยได้รับอันตรายจากทุ่นระเบิด อีกทั้งยังเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เช่นเลี้ยงสัตว์ หาของป่า ทางหน่วยได้เข้าไปสำรวจและทำการสุ่มตรวจพื้นที่ดังกล่าว ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงสามารถปรับลดเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้ทั้งหมด

รหัส DA 757 - บ.ห้วยน้ำหนัก ต.ตะนาวศรี ขนาดพื้นที่ 315,734 ตร.ม.
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หน่วยได้สอบถามข้อมูลจากผู้ใหญ่บ้าน พุด แย้มพรหม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ธนพล บุญเลิศ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน วิจักร นียา และประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีประชาชนเคยได้รับอันตรายจากทุ่นระเบิด อีกทั้งยังเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เช่น เลี้ยงสัตว์ หาของป่า ทางหน่วยได้เข้าไปสำรวจและทำการสุ่มตรวจพื้นที่ดังกล่าว ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงสามารถปรับลดเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้ทั้งหมด

รหัส DA 758 - บ.บ่อหวี ต.ตะนาวศรี ขนาดพื้นที่ 465,897 ตร.ม.
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หน่วยได้สอบถามข้อมูลจาก ร.ท.จำเนียร ภาคเดช ผบ.ร้อย ทพ.จจ.ที่ 947 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นัฐพล วงษ์ทองผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฉัตรชัย สิงห์สุวงษ์ และประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่มีประชาชนได้รับอันตรายจากทุ่นระเบิดกับระเบิด อีกทั้งยังเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เช่นเลี้ยงสัตว์ หาของป่า ทางหน่วยได้เข้าไปสำรวจและทำการสุ่มตรวจพื้นที่ดังกล่าว ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงสามารถปรับลดเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้ทั้งหมด

รหัส DA 759 - บ.บ่อหวี ต.ตะนาวศรี ขนาดพื้นที่ 498,541 ตร.ม.
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หน่วยได้สอบถามข้อมูลจาก ร.ท.จำเนียร ภาคเดช ผบ.ร้อย ทพ.จจ.ที่ 947 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นัฐพล วงษ์ทองผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฉัตรชัย สิงห์สุวงษ์ และประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยมีทุ่นระเบิดกับระเบิดตกค้าง อีกทั้งยังเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เช่นเลี้ยงสัตว์ หาของป่า ทางหน่วยได้เข้าไปสำรวจและทำการสุ่มตรวจพื้นที่ดังกล่าว ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงสามารถปรับลดเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้ทั้งหมด

รหัส DA 760 - บ.ตะโกล่าง ต.สวนผึ้ง ขนาดพื้นที่ 2,176,744 ตร.ม.
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หน่วยได้สอบถามข้อมูล จาก ร.ท.ต่อพงษ์ ศิวิลัย ผบ.ร้อย ทพ.จจ.ที่945 ผู้ใหญ่บ้าน ดอกรัก เหลืองพิรุณ ผู้ใหญ่บ้าน อำพล เพี้ยนผล และประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าว ไม่มีประชาชนเคยได้รับอันตรายจากทุ่นระเบิด อีกทั้งยังเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เช่นเลี้ยงสัตว์ หาของป่าเป็นประจำ ทางหน่วยได้เข้าไปสำรวจและทำการสุ่มตรวจพื้นที่ดังกล่าว ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงสามารถปรับลดเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้ทั้งหมด

รหัส DA 761 - บ.ตะโกล่าง ต.สวนผึ้ง ขนาดพื้นที่ 3,899,457 ตร.ม.
ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูง หน่วยได้สอบถามข้อมูล จาก ร.ท.ต่อพงษ์ ศิวิลัย ผบ.ร้อย ทพ.จจ.ที่945 ผู้ใหญ่บ้าน บุญเลิศ ปั้นทอง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน น้อย พุ่งเลี๊ยติและประชาชนในพื้นที่ ทราบว่าพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นเหมืองแร่เก่า ไม่มีประชาชนเคยได้รับอันตรายจากทุ่นระเบิด ทางหน่วยได้เข้าไปสำรวจและทำการสุ่มตรวจพื้นที่ดังกล่าว ไม่พบวัตถุระเบิดแต่อย่างใด จึงสามารถปรับลดเป็นพื้นที่ปลอดภัยได้ทั้งหมด

ส่งมอบพื้นที่ปลอดภัย
หลังจาก นปท.1 ทำการสำรวจทางเทคนิคแล้ว  ศูนย์ปฏฺิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.)ได้ส่งคณะกรรมการมาตรวจสอบและประเมินผลพื้นที่ดังกล่าวว่า มีความปลอดภัยจากทุ่นระเบิดหรือไม่อย่างไร  เมื่อวันที่ 24 มิถุยายน พ.ศ.2552 ผลปรากฏว่าคณะกรรมการฯ ยอมรับว่าพื้นที่ขนาด 31.8 ตร.กม.เศษ ของจังหวัดราชบุรี มีความปลอดภัยจากทุ่นระเบิด สามารถเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้ และ ศทช.ได้ดำเนินการส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2552 เป็นต้นมา 

ดูภาพการสำรวจ


**********************************************
ที่มาข้อมูลและภาพ
ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ

อ่านต่อ >>

วันพฤหัสบดีที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทุ่นระเบิดตกค้าง..ที่ราชบุรี (ตอนที่ 1)

ประเทศไทยได้ร่วมลงนามและทำสัตยาบรรณในอนุสัญญาพันธกรณีว่าด้วยการห้ามใช้ สะสม ผลิต และโอน ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล (อนุสัญญาออตตาวา) โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ.2542  (May 1999) สำนักนายกรัฐมนตรีได้จัดตั้งคณะกรรมการปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (Nation Mine Action Commitee : NMAC) และก่อตั้งศูนย์ปฏฺิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (Thailand Mine Action Center : TMAC) เพื่อเป็นหน่วยปฏิบัติและประสานงานเกี่ยวกับการปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมทั้งปวงในประเทศไทย

โครงการสำรวจผลกระทบจากทุ่นระเบิดในประเทศไทย
เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2543 องค์การเพื่อความช่วยเหลือแห่งชาวนอร์เวย์ (Norwegian People's Aid : NPA) ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งสหประชาชาติ (United Nation Mine Action Service : UNMAS) และศูนย์ปฏิบัติการสำรวจ (Survey Action Center : SAC) ให้เป็นผู้รับผิดชอบสำรวจผลกระทบจากทุ่นระเบิดในประเทศไทย (Landmine Impact Survey Kingdom of Thailand) โดยได้เริ่มสำรวจอย่างจริงจังตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2543 จนถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ.2544

ผลการสำรวจ
ผลการสำรวจพบว่า มีชุมชนที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากภัยทุ่นระเบิดจำนวนทั้งสิ้น 530 หมู่บ้าน ใน 84 อำเภอ  ครอบคลุมพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดและสรรพาวุธที่ไม่ระเบิดจำนวน  933 แห่ง จำนวน 27 จังหวัด ขนาดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจำนวน 2,557 ตารางกิโลเมตร ส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของราษฎรจำนวน 503,682 คน

ผลกระทบกับจังหวัดราชบุรี
ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี ได้ผลกระทบจากภัยทุ่นระเบิดจำนวน  7 หมู่บ้าน ในเขตอำเภอสวนผึ้ง ราษฎรที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจำนวน 15,962 คน คลอบคลุมพื้นที่ 31.8 ตารางกิโลเมตร

ผลกระทบของทุ่นระเบิดและกระสุนตกค้างที่ยังไม่ระเบิดในพื้นที่ จ.ราชบุรี อยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นผลของความขัดแย้งตามแนวชายแดนในระหว่างปี พ.ศ.2534-2544 

นอกจากนั้นจังหวัดราชบุรีถือว่ามีจำนวนผู้ประสบภัยจากทุ่นระเบิดในระยะ  2 ปีที่ผ่านมานับตั้งแต่วันสำรวจ สูงมากซึ่งติด 1 ใน 4 หมู่บ้านที่มีผู้ประสบภัยมากของประเทศไทยอีกด้วย จำนวนถึง 26 คน โดยเสียชีวิต 3 คน พิการแขนขา 9 คน สูญเสียการมองเห็น 2 คน บาดเจ็บอื่นๆ 8 คน และไม่ระบุความบาดเจ็บจำนวน 4 คน 

หมู่บ้านตะโกล่าง ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง
ความเป็นมา : ปี พ.ศ.2538 กะเหรี่ยงถูกพม่าตีแตกทางภาคเหนือ จึงได้มีการถอยร่นลงมาทางกาญจนบุรี ราชบุรี มีการวางทุ่นระเบิดเพื่อเป็นแนวป้งกันตัวเองจากทหารพม่า ในช่วงปี พ.ศ.2539-2540 มีการสู้รบกันทุกวัน  หลังจากปี พ.ศ.2541 จะมีการปะทะนานาๆ ครั้ง และปัจจุบันมีกองกำลังพม่าอยู่ตามแนวชายแดน 
ข้อมูลเพิ่มเติม : บ้านตะโกล่าง หมู่ 8 ในอดีตเป็นหมู่บ้านเดียวกับ หมู่ 3 บ้านผาปก เมื่อประชากรมากขึ้นจึงแยกมาตั้งเป็นหมู่ 8 เมื่อปี พ.ศ.2536 โดยใช้ชื่อหมู่บ้านว่า บ้านตะโกล่าง โดยเขตการปกครองของบ้านตะโกล่าง หมู่ 8 จะครอบคลุมหมู่บ้านย่อย ซึ่งประกอบด้วย บ้านตะโกบน บ้านโป่งแมว และบ้านห้วยสุด  เขตพื้นที่หมู่บ้านตะโกล่าง เป็นพื้นที่กองกำลังชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ ก็อด อาร์มี่ (KNU) กลุ่มนายลูเธอร์-จอห์นนี่ เคยเคลื่อนไหวก่อนเข้ามอบตัว แต่ความเห็นของชาวบ้านเชื่อว่ายังมีกองกำลังบางส่วนหลงเหลืออยู่ และยังมีการเคลื่อนไหว เพราะทหารพม่าที่ติดตามกวาดล้างชนกลุ่มน้อยยังคงเคลื่อนไหวอยู่ การคาดเดาแนวพื้นที่สงสัยจึงค่อนข้างยากมาก และเชื่อว่าแนวพื้นที่สงสัยจะยังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่
เจ้าหน้าที่ที่สำรวจ : รัตนจิตร  นันทเนตร และ วิศเวศ  ช่วยศิริ
สำรวจเมื่อ : 25 ก.พ.2544 
ผลกระทบจากทุ่นระเบิด : ชาวบ้านหวาดกลัวที่จะเข้าไปหาอาหาร และของป่า


ภาพการสำรวจของเจ้าหน้าที่ NPA
หมู่บ้านบ่อหวี ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง
ความเป็นมา เกิดมีการปะทะสู้รบของชนกลุ่มน้อยกับกองกำลังของพม่า การวางทุ่นระเบิดเป็นการวางของชนกลุ่มน้อย เพื่อป้องกันการติดตามและวางเพื่อสังหารกองกำลังพม่า 
ผลกระทบจากทุ่นระเบิด ชาวบ้านไม่สามารถใช้ประโยชน์ในพื้นที่ได้
ข้อมูลเพิ่มเติม ทุ่นระเบิดที่ปรากฏในพื้นที่เป็นทุ่นระเบิดสังหารชนิดแสวงเครื่อง เป็นการวางเพื่อสังหารบุคคลและป้องกันการติดตาม และมีการโยกย้ายพื้นที่วางตลอดเวลา และการวางจะวางเป็นจุดเล็กๆ เช่น ทางลงไปตักน้ำ ทางขึ้นลงเขา และทางแยกต่างๆ ดังนั้น การกำหนดพิกัดในแผนที่ทำได้ยากมาก เพราะวันนี้เราพบระเบิด แต่อีกหนึงสัปดาห์ข้างหน้า มันอาจถูกย้ายไปวางที่อื่นก็ได้
เจ้าหน้าที่สำรวจ ประเทือง ติสระ และไพฑูรย์  บุทเสน
สำรวจเมื่อ 23 ก.พ.2544
ผลกระทบจากทุ่นระเบิด ชาวบ้านไม่สามารถไปใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้ 

หมู่บ้านห้วยน้ำหนัก ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง
ความเป็นมา ปี พ.ศ.2539 ฝั่งพม่ามีการสู้รบกัน ชาวกะเหรี่ยงจึงอพยพหนีเข้ามาฝั่งไทย โดยใช้เส้นทางบ้านพุระกำ  ช่องโป่งแห้ง และห้วยคอกหมู ทหารพม่าจะวางกับดักระเบิดตามสันแดน แต่ชาวกะเหรี่ยงจะวางกับดักระเบิดเพื่อป้องกันการติดตามของพม่า ปัจจุบันการวางระเบิดก็ยังมิได้สิ้นสุด
ข้อมูลเพิ่มเติม บ้านห้วยน้ำหนัก หมู่ 6 มีบ้านบริวารทั้งหมด 5 บ้านด้วยกันคือ บ้านวังโค บ้านห้วยผาก บ้านกระวาน บ้านหนองตาดั้ง และบ้านพุระกำ หมุ๋ 6 ได้ย้ายออกมาจากหมู่ 3 บ้านห้วยม่วง เมื่อปี พ.ศ.2542 มีประชากรทั้งหมด 1,500 คน เป็นผู้ที่มีบัตรประชาชน 350 คน มีบัตรฟ้า (ชุมชนพื้นที่สูง มีขอบเขตจำกัดอยู่แค่ อ.สวนผึ้ง) 150 คน บัตรเขียวขอบแดง (บัตรสำรวจชุมชน คนตกหล่น) 418 คน และเป็นผู้อพยพ 70 คน ที่เหลือคือเด็ก ประชากรของหมู่ 6 ส่วนใหญ่จะเป็นชาวกะหร่าง หรือคิดเป็นอัตราส่วน คือ 5 ใน 10 ส่วน ชาวกะเหรี่ยง 3 ใน 10 ส่วน และชาวไทย 2 ใน 10 ส่วน ส่วนใหญ่ชาวบ้านจะนับถือศาสนาพุทธ มีเพียงบ้านห้วยน้ำหนักเท่านั้นที่นับถือศาสนาคริสต์มาก แต่ก็ไม่มากมายนัก
เจ้าหน้าที่สำรวจ นิตยา เลิศรุ่งวิเชียร   และไพฑูรย์  บุทเสน
สำรวจเมื่อ 24-25 ก.พ.2544
ผลกระทบจากทุ่นระเบิด ชาวบ้านหวาดกลัว เพราะบางครั้งต้องเข้าไปใช้เส้นทางตามช่องทางต่างๆ เพื่อเข้าไปเยี่ยมญาติทางฝั่งพม่า ไปทำไร่ และบางครั้งก็เข้าไปหาผักหวาน

หมู่บ้านผาปก ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง
ภาพการสำรวจของเจ้าหน้าที่ NPA
ความเป็นมา : เกิดจากปัญหาการสู้รับระหว่างชนกลุ่มน้อยกับรัฐบาลพม่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา จึงมีการวางกับดักระเบิดเพื่อป้งกันการติดตามจากทหารพม่า  ในปี 2543 เริ่มมีการวางกับระเบิดล้ำเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น มีการปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกองกำลังชนกลุ่มน้อย ซึ่งเมื่อก่อนฐานจะอยู่บริเวณช่องเขากระโจม ก่อนจะถูกทหารพม่าตีแตก แล้วย้ายไปตั้งฐานใหม่ที่ปลายห้วยพลู แต่ปัจจุบันทหารไทยเข้าไปตีแตกแล้ว
ข้อมูลเพิ่มเติม -
เจ้าหน้าที่สำรวจ เบญจวัลย์  มะลิวัลย์ และ ??
สำรวจเมื่อ 24 ก.พ.2544
ผลกระทบจากทุ่นระเบิด เมื่อก่อนเคยมีการข้ามไปมาค้าขายกันระหว่างชาวบ้านกับคนพม่า ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ แต่พอมีทุ่นระเบิด ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถเข้าไปทำมาค้าขายเหมือนเดิมได้ ทำให้เศรษฐกิจตกต่ำ และไม่สามารถเข้าไปหาของป่าได้

บ้านโป่งแห้ง ต.ตะนาวศรี อ.สวนผึ้ง
ความเป็นมา : เป็นการวางของชนกลุ่มน้อย วางตามเส้นทางเพื่อป้องกันการติดตามของกองกำลังเข้ามาโจมตีตนเอง
ข้อมูลเพิ่มเติม : บ้านโป่งแห้ง  บ้านตะเคียนทอง บ้านไทรงาม เป็นบ้านที่ขึ้นกับบ้านห้วยม่วงที่เป็นบ้านมีชื่อในมหาดไทย จากการสอบถามผู้ใหญ่บ้านห้วยม่วงที่ดูแลบ้านรอบๆ ผู้ใหญ่บอกว่า บ้านตะเคียนทอง บ้านไทรงาม บ้านห้วยม่วง ไม่มีผลกระทบเพราะ 4 กิโลเมตรจากชายแดนเข้ามา  ทหาร ฉก.ร.29 ได้สั่งห้ามไม้ให้ชาวบ้านเข้าไปในพื้นที่  เนื่องจากกลัวชาวบ้านจะได้รับอันตรายจากกองกำลังที่อยู่ตามชายแดน และวัตถุระเบิด เพราะฉะนั้น ชาวบ้านถ้าจะเข้าพื้นที่ต้องขออนุญาตจาก ฉก.ร.29 ก่อน และชาวบ้านใน 3 บ้านที่อ้างถึง เป็นคนไทยทั้งหมด จะมีเฉพาะที่บ้านโป่งแห้งเป็นชาวกะเหรี่ยงทั้งหมด 220 คน คิดเป็น 10% จากจำนวนประชากรทั้งหมดใน 4 บ้าน รวม 1,133 คน ในส่วนพื้นที่ทำกินของชาวบ้านโป่งแห้ง  แต่ก่อนเคยมีพื้นที่ทำกินอยู่ในฝั่งพม่า ทำไร่ข้าวและไร่พริก จากชายแดนฝั่งไทยเข้ามา ชาวบ้านไม่เคยเข้าไปใช้พื้นที่เลย เพราะปี พ.ศ.2522 ประกาศเป็นป่าอนุรักษ์ และป่าในความดูแลของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ปัจจุบันชาวบ้านทั้งหมดได้ที่ทำกินคนละประมาณ 14 ไร่ และคนในหมู่บ้านโป่งแห้งถือบัตรประชาชนสีฟ้า
เจ้าหน้าที่สำรวจ พนิดา  บุญคำมา และประเทือง ติสระ
สำรวจเมื่อ 24 ก.พ.2544
ผลกระทบจากทุ่นระเบิด ชาวบ้านเกรงกลัวและสงสัยในพื้นที่ที่เคยมีการสู้รบของกองกำลังกลุ่มน้อยกับทหารพม่าจะมีระเบิดอยู่ในพื้นที่


สรุปสำรวจผลกระทบจากทุ่นระเบิดในประเทศไทย
 (Landmine Impact Survey Kingdom of Thailand) 

อ่านต่อ : ทุ่นระเบิดตกค้าง..ที่ราชบุรี (ตอนที่ 2)

อ่านต่อ >>

วันพุธที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2555

ข้อค้นพบการเสียชีวิตของเสธ.แดง (พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล) เมื่อ 2 ปีก่อน

หลังจากที่ ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ประกาศใช้มาตรการปิดล้อมพื้นที่ชุมนุมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2553 โดยการตัดน้ำตัดไฟฟ้า งดการบริการขนส่งสาธารณะ และห้ามผู้ชุมนุมเข้าไปในพื้นที่ ต่อมาเวลา 19:00 น. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล (เสธ.แดง) ถูกยิงที่ศรีษะด้วยอาวุธปืนสงครามที่หน้าสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สถานีสีลม ตรงลิฟท์คนพิการ ด้านทางเข้า-ออกสถานีฝั่งสวนลุมพินี ใกล้กับลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ถูกนำส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว ก่อนจะย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลวชิระและเสียชีวิตในอีก 4 วันต่อมา 


ข้อค้นพบนี้ ผู้เขียนได้คัดลอกมาจากบางส่วนของ "รายงานฉบับสมบูรณ์ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กรกฏาคม 2553-กรกฎาคม 2555" (ดูรายละเอียดและดาวน์โหลดข้อมูล)  และเพื่อให้เข้าใจเรื่องราวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้อ่านควรอ่านบทความนี้ก่อน "เสธ.แดง-พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล..คนราชบุรี..ถูกปลิดชีพ" จะทำให้เรื่องราวชัดเจนยิ่งขึ้น

ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธ
ความเห็นของผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านอาวุธและกระสุนปืนจากต่างประเทศ พล.ต.ขัตติยะ  สวัสดิผล ถูกยิงด้วยอาวุธปืนสงครามที่ใช้กระสุนความเร็วสูงและเป็นการยิงระยะไกล  แต่ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าเป็นกระสุนชนิดใด เนื่องจากบาดแผลกระสุนนั้นสัมพันธ์กับระยะยิง บาดแผลดังกล่าวอาจเกิดจาก
  • กระสุน 5.56 มม.Nato หรือ 7.62 มม.Soviet หรือ Nato กรณียิงห่างเกิน 200 ม.
  • กระสุน 5.7X28 มม.ปืน P90 กรณียิงห่างไม่เกิน 200 ม.


ความเห็นของกองพิสูจน์หลักฐานกลาง
  • ไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นกระสุน .308 วินเชสเตอร์ หรือ 5.7X28 มม.ปืน P90

ทิศทางการยิง
พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ถูกยิงขณะกำลังยืนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่ที่สถานีรถไฟฟ้ามหานคร สถานีสีลม ตรงหน้าลิฟท์ผู้พิการ ด้านทางเข้า-ออก ฝั่งลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 โดยหันหน้าไปทางถนนพระราม 4 ซึ่งจากการตรวจสอบของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เห็นว่ามีความเป็นไปได้ว่า ทิศทางการยิงมาจากสถานที่ซึ่งมีความสูงไม่น้อยกว่า 60 ม. เช่นอาคาร ภปร.ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  และผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศเห็นว่า มีความเป็นไปได้ว่าทิศทางการยิงมาจากอาคารสูงทางด้านทางด้านทิศตะวันตกของจุดที่ พล.ต.ขัตติยะฯ ยืนอยู่ เช่น อาคารสีลมเซ็นเตอร์ (อาคาร Robinson เดิม) อาคาร Crow Plaza อาคารซิลลิค และ อาคาร ภปร.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นว่ามีความเป็นไปได้มากที่สุด คือ ยิงมาจากอาคารสีลมพลาซ่า


ซึ่งอาคารต่างๆ ดังกล่าวทั้งหมดอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.2553 หลังจากที่ ศอฉ.ได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่ไปควบคุมสถานการณ์บนถนนสีลม ถนนพระรามที่ 4 ด้านโรงแรมดุสิตธานี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และแยกอังรีดูนังต์ พร้อมกับมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เข้าควบคุมพื้นที่สูงข่มรอบจุดวางกำลังและรอบแยกราชประสงค์  นอกจากนี้ยังปรากฏว่าในช่วงเวลาเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่เข้าไปพักอาศัยและปฏิบัติการอยู่บนอาคารสูงบางแห่งที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ เช่น อาคารชาญอิสระ และอาคารซีพีทาวน์เวอร์ เป็นต้น



ภาพที่ 1

















ภาพที่ 1 เป็นภาพจาก Google Earth โดยผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านอาวุธ และกระสุนปืนจากต่างประเทศ แสดงสถานที่เกิดเหตุและอาคารสูง ทางด้านทิศตะวันตกของจุดที่ พล.ต.ขัตติยะฯ ถูกยิง ในบริเวณสีน้ำเงินจากการคำนวณทิศทาง การหันศรีษะในระยะ 30 องศา บริเวณเส้นสีแดง คือ ทิศทางกระสุนที่เป็นไปได้ กรณี พล.ต.ขัตติยะฯ หันหน้าตรงไปทางถนนพระรามที่ 4  


ภาพที่ 2















ภาพที่ 2 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์แสดงภาพจำลองวิถีกระสุนปืน ตามตำแหน่งการยืนของ พล.ต.ขัตติยะฯ ตามภาพถ่ายที่มีบุคคลถ่ายภาพไว้ เมื่อเวลา 18:56 น.ในวันเกิดเหตุ โดยใช้กล้องถ่ายภาพแบบ 3D เลเซอร์

ยิงสวนกลับ
ทันทีหลังจาก พล.ต.ขัตติยะฯ ถูกยิง มีผู้สื่อข่าวชาวต่างประเทศพบเห็นชาย 3 คน คนหนึ่งถืออาวุธสงคราม อีก 2 คนไปหยิบอาวุธปืนสงครามจากถุงดำซึ่งอยู่ในเต็นท์บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 โดยคนหนึ่งได้ใช้อาวุธปืนสงครามดังกล่าวยิงไปทางโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์  ต่อมาภายหลังมีผู้ต้องหารายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแล้ว ให้การรับสารภาพว่าเป็นคนสนิทของ พล.ต.ขัตติยะฯ และเมื่อ พล.ต.ขัตติยะฯ ถูกยิง ตนเป็นผู้ใช้อาวุธ ปลย.ชนิด ทราโว ยิงไปที่โรงแรมดุสิตธานี

ฟ้องคดีอาญาทหาร
พฤติกรรมของ พล.ต.ขัตติยะฯ ซึ่งเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพล ซึ่งยังอยู่ในประจำการที่ได้ออกมาต่อต้านรัฐบาลและผู้บังคับบัญชาในกองทัพอย่างเปิดเผยและต่อเนื่อง ทั้งในด้านคำพูดและการกระทำนั้น จากการตรวจสอบข้อมูลกับนายทหารพระธรรมนูญคนหนึ่งที่ร่วมสอบข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการทางวินัย พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล พบว่า ไม่มีกฏหมายที่ให้อำนาจกองทัพใช้มาตรการลงโทษทางวินัยแก่นายทหารระดับนายพลได้ เช่น การขัง คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงทางวินัยและทางอาญามีมติว่า "พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ได้กระทำผิดวินัยร้ายแรงจริง จึงให้กองทัพปลดออกจากราชการและให้ถอดยศ" และเนื่องจากพบว่า พล.ต.ขัตติยะฯ มีความผิดตามกฏหมายอาญาทหาร จึงได้ส่งอัยการทหารดำเนินการฟ้องคดีอาญาทหารต่อศาลทหารต่อไป  แต่ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ได้เสียชีวิตก่อน คดีจึงระงับไป

*****************************************
ชาติชาย คเชนชล : 19 กันยายน 2555
อ่านต่อ >>